ในการประชุมด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดานายทหารระดับสูงของจีนเข้าประชุมด้วยท่าทีที่พร้อมเจรจา และเปิดกว้าง
ไม่มีใครคาดหมายว่าในการประชุมที่สิงคโปร์ปีนี้ จะมีทางออกในข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนทางทะเล หรือข้อกล่าวหาว่าจีนจารกรรมทางไซเบอร์ รวมถึงความเคลือบแคลงของจีนเกี่ยวกับนโยบายที่สหรัฐหันมาให้ความสนใจเอเชีย
แต่ท่าทีของนายทหารจากกองทัพปลดปล่อยประชาชน เน้นไปในทางของการแสดงความร่วมมือและการหารือ ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะประชุมสุดยอดกันอย่างไม่เป็นทางการสัปดาห์หน้า
นายจอห์น ชิปแมน ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษาในกรุงลอนดอน กล่าวว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่านายทหารจีนเข้าร่วมการประชุมปีนี้ด้วยท่าทีที่พร้อมจะเจรจาอย่างสุดๆ
นายวอลแตร์ กัซมิน รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ ก็สังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของจีนเช่นกัน ว่าเป็นการแตกต่างไปจากเดิมอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมีการพูดถึงทางออกอย่างสันติ ทำให้ฟิลิปปินส์หวังจะเห็นการแปลงคำพูดของจีนเป็นการกระทำ
ที่ผ่านมา จีนอ้างความเป็นเจ้าของพื้นที่จำนวนมากในทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจอุดมไปด้วยน้ำมันและก๊าซ ส่วนฟิลิปปินส์และประเทศอื่นในเอเชียอาคเนย์ก็อ้างสิทธิเหนือดินแดนเหล่านี้เช่นกัน
นอกจากนั้น จีนยังอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะในทะลจีนตะวันออก เช่นเดียวกับญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม จีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกและกำลังก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางทหาร ตระหนักว่าสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีเสถียรภาพและสันติภาพ มีความสำคัญต่อการพัฒนาเช่นกัน
สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่จีนที่เข้าร่วมการประชุม พยายามบรรเทาความวิตกของหลายฝ่ายเกี่ยวกับเจตนารมย์ของจีน โดยพลโทฉี เจียงกัวะ รองเสนาธิการประจำกองทัพปลดปล่อยประชาชน กล่าวว่าการพัฒนาและความรุ่งเรืองของจีน ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่การท้าทายหรือภัยคุกคามประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
พลโทฉีระบุว่าการเจรจา เป็นการแสดงออกถึงการประนีประนอมอย่างไม่มีเงื่อนไข พร้อมระบุว่าการที่จีนส่งเรือรบไปยังทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ เป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมอย่างมากเพราะเป็นการลาดตระเวณภายในดินแดนของจีน ขณะเดียวกันก็เสริมว่าจีนเป็นชาติที่รักสันติ
จริงๆ แล้วจีนแตกต่างจากประเทศอื่น ในแง่ที่ส่งรัฐมนตรีกลาโหมเข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคงที่สิงคโปร์เพียงครั้งเดียว คือเมื่อปี 2554
แม้ในการประชุมปีนี้จีนไม่ได้ส่งระดับรัฐมนตรีเข้าร่วมด้วย แต่นายชัก เฮเกิล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ก็ระบุว่าเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในคณะผู้แทนจากจีน โดยเมื่อปีที่แล้วจีนส่งคณะเล็กมากๆ เข้าร่วมการประชุม
ขณะที่ปีนี้จีนส่งคณะใหญ่มา และผู้แทนจากจีนก็มีส่วนร่วมอย่างมากในหารือ โดยผู้แทนจากจีนไม่อายที่ถามคำถามยากๆ ขึ้นมาจากด้านล่างของเวทีการประชุม อย่างพลตรีเหยา หยุนจู จากฝ่ายวิทยาศาสตร์ประจำกองทัพ ที่ถามนายเฮเกิลว่าสหรัฐจะรับรองกับจีนได้อย่างไรว่าการหันมาเน้นเอเชีย ไม่ใช่ความพยายามคานอิทธิพลที่มากขึ้นของจีน พร้อมเสริมด้วยภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่วว่าจีนไม่เชื่อในสิ่งนี้
นายปีเตอร์ แมคเคย์ รัฐมนตรีกลาโหมแคนาดา กล่าวว่าคณะผู้แทนระดับสูงจากจีนที่เข้าร่วมการประชุมปีนี้ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการประชุม ถือเป็นความพยายามอย่างมากของฝ่ายจีน และนับเป็นพัฒนาการแง่ดี เพราะจีนใช้ท่าทีอ่อนน้อม ไม่กระหายที่จะต่อสู้มากนัก รวมถึงการที่นายทหารหนุ่มของจีนกล่าวชมสุนทรพจน์ของรัฐมนตรีต่างญี่ปุ่น





