ซูจีตำหนิรัฐบาลพม่าถึงการห้ามชาวโรฮิงญาไม่ให้มีบุตรมากกว่า 2 คน ชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
นางอองซาน ซูจี แกนนำฝ่ายค้านพม่า ซึ่งถูกนักเคลื่อนไหว กล่าวหาว่า ไม่ยอมพูดถึงชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่เป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ ระบุว่า เธอต่อต้านข้อห้ามนี้ ที่ออกโดยรัฐบาลทหารในอดีต และถูกทางการท้องถิ่น เอามาบังคับใช้หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบถึงขั้นนองเลือด
เธอย้ำว่า เป็นเรื่องที่ไม่ดี ที่มีการเลือกปฏิบัติแบบนี้ และไม่เป็นไปตามแนวทางสิทธิมนุษยชน แต่เธอไม่อาจยืนยันได้ว่า นโยบายนี้จะถูกบังคับใช้เมื่อใด
ทางการรัฐยะไข่ ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า กำลังจะมีการนำกฎนี้กลับมาใช้ใน 2 เมืองที่มีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ โดยนายวิน เมียง โฆษกของรัฐบาลท้องถิ่นในรัฐยะไข่ ระบุว่าคำสั่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อบังคับให้มีคู่สมรสเดียว และห้ามมีลูกเกิน 2 คน และนโยบายนี้เคยถูกระงับ เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดความขัดแย้งกันระหว่างชุมชน
ประชาชน 140,000 คน ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมโรฮิงยา ต้องไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างชาวมุสลิมกับชาวมุสลิม ในรัฐยะไข่ถึง 2 ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ได้กล่าวหาทางการว่า เข้าไปซ้ำเติมการกวาดล้างทางเชื้อชาติอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางศาสนา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 200 คน และปล่อยให้ฝูงชนที่เป็นชาวพุทธ จุดไฟเผาหมู่บ้านหลายแห่ง
กลุ่มฮิวแมนไรท์ วอทช์ ได้พูดถึงนโยบายควบคุมประชากรว่า น่ารังเกียจ ไร้มนุษยธรรมและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนโดยสิ้นเชิง แต่ทางการได้ออกรายงานสรุปเหตุจลาจลเมื่อเดือนเมษายนว่า การให้วางแผนครอบครัวโดยสมัครใจเพื่อควบคุมอัตราการเกิดที่พุ่งสูงในหมู่ชาวมุสลิมโรฮิงยา เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความตึงเครียด
ทางการรัฐยะไข่ ถูกกล่าวหามานานแล้วว่า พยายามควบคุมอัตราการเกิดของชาวโรฮิงญา ด้วยการไม่ให้มีลูกเกิน 2 คน และไม่ยอมให้สิทธิใด ๆ และไม่ให้เข้าถึงการบริการต่าง ๆ ด้วย





