ม็อบต้านก่อการร้ายอังกฤษปะทะตำรวจ หลังเกิดเหตุ 2 หนุ่มผิวสีสังหารชายคนหนึ่งใกล้กับค่ายทหารชานกรุงลอนดอนในช่วงบ่าย
ผู้สนับสนุนสันนิบาตปกป้องอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ประท้วงฝ่ายขวาจัด จำนวนกว่า 100 คน ได้ออกมาเดินขบวนทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอนเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้กรณีที่ทหารอังกฤษ ถูกชายผิวสีสองคนรุมทำร้ายจนต้องเสียชีวิตกลางถนน
ผู้ประท้วงเดินขบวนไปบนท้องถนน พร้อมตะโกนคำว่า "อีดีแอล" ซึ่งหมายถึงสันนิบาตปกป้องอังกฤษ พร้อมโบกธงชาติอังกฤษ บางคนสวมผ้าคลุมศีรษะ และขว้างขวดเข้าใส่ตำรวจเมื่อเผชิญหน้ากัน รถตู้ตำรวจหลายคันเข้าประจำการเพื่อดูแลความสงบ
ด้านนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยกเลิกแผนการเยือนฝรั่งเศสเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ก่อนกำหนด และเดินทางกลับประเทศในทันที พร้อมเป็นประธานการประชุมความมั่นคงแห่งชาติฉุกเฉินในวันนี้
นายคาเมรอน ระบุว่า เคยมีเหตุก่อการร้ายแบบนี้หลายครั้งในอังกฤษ ซึ่งอังกฤษไม่เคยยอมแพ้ในการเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้ ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้งคู่ถูกตำรวจยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด
ทั้งนี้ ชายผิวสี 2 ราย ซึ่งคนหนึ่งสวมแจ็กเกตสีเทา และหมวกขนสัตว์สีดำได้ใช้มีดทำครัวขนาดใหญ่สังหารชายคนหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นทหารในเวลากลางวันแสกๆ ที่บริเวณห่างจากค่ายทหารปืนใหญ่เมืองวูลิช ชานกรุงลอนดอนไม่ถึง 200 เมตร หลังจากนั้นได้กล่าวกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และผู้ที่บันทึกวิดีโอว่า ขอสาบานต่อพระอัลเลาะห์ว่า จะไม่หยุดการล้างแค้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน พร้อมกับขอโทษผู้หญิงที่ต้องมาเห็นเหตุการณ์อันเหี้ยมโหดนี้ แต่บอกว่า ผู้หญิงในประเทศของเขาก็ต้องทนเห็นเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน ทั้งยังประกาศว่า จะไม่มีใครปลอดภัยจนกว่ารัฐบาลที่ไม่สนใจประชาชนชุดนี้จะถูกไล่ออกไป
หลังเกิดเหตุนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเยือนฝรั่งเศสว่า น่าสะพรึงกลัวและเชื่อว่าเป็นฝีมือพวกก่อการร้ายอย่างแน่นอน ขณะที่นางเทเรซ่า เมย์ รัฐมนตรีมหาดไทยอังกฤษได้เรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินเป็นการด่วน พร้อมกับระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ลงมือ 2 คน ได้ปะทะกับตำรวจและถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ขณะที่โฆษกสำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมได้ประกาศว่า สมเด็จพระราชินีทรงได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น และทรงกังวล แต่ถึงกระนั้นก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมายกำหนดการเสด็จยังค่ายทหารดังกล่าวในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้แต่อย่างใด





