สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอินโดนีเซียหลายคน บอกต้องการให้กฎหมายธนาคารฉบับใหม่ ตีกรอบต่างชาติถือหุ้นสูงสุดที่ 50-51%
ความเห็นดังกล่าวของส.ส.อาวุโส 2 คน เกิดขึ้นระหว่างที่กำลังมีการถกเถียงในประเด็นที่ว่าดีบีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ของสิงคโปร์ สามารถสานต่อข้อเสนอที่เจรจากันมา 1 ปีในการซื้อธนาคารดานามอน อินโดนีเซีย ได้หรือไม่ หลังจากธนาคารกลางอนุมัติการซื้อหุ้นขั้นต้นจำนวน 40%
นายแฮร์รี อาชาร์ อาซิส รองประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งดูแลภาคการเงินและธนาคาร กล่าวว่า ตนหวังว่ากฎหมายธนาคารฉบับใหม่จะถูกนำเข้าพิจารณาในการประชุมใหญ่เดือนกรกฎาคมนี้ และสามารถออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้ในปีหน้า
กฎหมายดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายอย่างจริงจังโดยคณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากดีบีเอสเสนอซื้อหุ้นดานามอน
ปัจจุบันกำลังมีการร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง ก่อนนำเสนอต่อการประชุมใหญ่ของรัฐสภา แล้วจึงให้ประธานาธิบดีลงนามเพื่อออกเป็นกฎหมาย การนำเสนอร่างกฎหมายโดยสภาเป็นผู้ริเริ่ม ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็ทำให้เห็นภาพบรรยากาศความรู้สึกชาตินิยมที่เพิ่มขึ้นในหมู่ส.ส.อินโดนีเซีย
นายอาซิส กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ สมาชิกสภายังไม่ได้อภิปรายกันในเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น แต่หากทำตามมาตรฐานสากลก็ควรจะอยู่ที่ 49% หรือ 51% แต่ไม่สามารถอนุญาตให้มีการถือหุ้น 99% ได้อีกต่อไป
กฎหมายใหม่นี้จะมาแทนฉบับปัจจุบันซึ่งใช้ตั้งแต่หลังเกิดวิกฤติทางการเงินของเอเชียในปี 2531 เมื่อครั้งที่มีธนาคารหลายแห่งล้มละลายและมีการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นในธนาคารได้มากถึง 99%
นายอาซิส ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองที่ชื่อ "โกลคาร์" กล่าวด้วยว่า สภายังอยู่ในระหว่างหารือในรายละเอียดกับเป็นหน่วยกำกับดูแลด้านการเงินของอินโดนีเซียที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป





