ผลวิจัยชี้ปริมาณเกลือในอาหารแปรรูปและอาหารฟาสต์ฟู้ดยังอยู่ในระดับสูง แม้แพทย์เรียกร้องให้คนบริโภคเกลือให้น้อยลง
บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ประชากรสหรัฐโดยเฉลี่ยบริโภคเกลือเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันถึง 2 เท่า และกว่า 80% ของการบริโภคเกลือมาจากเกลือที่เพิ่มเข้าไปโดยร้านอาหารหรือระหว่างกระบวนการการผลิตอาหารจานด่วน
ผลวิจัยในสมาคมวารสารทางการแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่าปริมาณเกลือที่สูงเกินเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ที่มีผลกระทบต่อชาวอเมริกันกว่า 90% ระหว่างช่วงชีวิต และยังก่อให้เกิดโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดอุดตันในสมอง
งานวิจัยบางชิ้นได้แนะนำว่าการลดปริมาณบริโภคเกลืออาจจะช่วยรักษาชีวิตประชาชนกว่า 150,000 คนต่อปีในสหรัฐ แต่ปัจจุบันยังมีข้อกังขาอยู่ว่าผู้บริโภคสามารถที่จะลดปริมาณการบริโภคเกลือได้เองหรือรัฐบาลควรเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรมอาหารมากกว่านี้
นอกจากนี้ ยังพบว่า ตั้งแต่ปี 2548 ถึง 2554 ปริมาณโซเดียมในอาหารได้เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในตัวอย่างอาหารแปรรูปและอาหารจากร้านอาหาร 480 ชนิด
แม้ว่าอาหารบางชนิดจะมีปริมาณโซเดียมที่ต่ำลง เช่น ชีสเชดดาร์แผ่น ซุปมะเขือเทศกระป๋อง และมะเขือเทศกระป๋อง ทูน่ากระป๋อง และแผ่นไก่งวงแปรรูป แต่อาหารบางชนิดกลับมีปริมาณโซเดียมที่เพิ่มขึ้น เช่น มั่นฝรั่งทอดตามร้านอาหารและพิซซ่าชีส นั้นมีปริมาณโซเดียมที่สูงขึ้น รวมถึงขนมปังโฮลวีต น้ำสลัดซีซาร์ และซอสบาร์บีคิว
ทั้งนี้ ผลวิจัยเผยว่าอาหารบางชนิดมีปริมาณโซเดียมที่ลดลงอย่างน้อย 30% ในขณะที่อาหารส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30%
ทางด้านสมาคมร้านอาหารแห่งสหรัฐออกมากล่าวว่า งานวิจัยดังกล่าวทดสอบอาหารเพียงแค่ไม่กี่ชนิด และไม่รวมถึงอาหารชนิดอื่นๆที่มีให้ผู้บริโภคเลือกหลังปี 2548 ดังนั้นผลวิจัยจึงไม่สะท้อนตัวเลือกทั้งหมดที่มี
นายเจย์ ดูบอสท์ ผู้อำนวยการแผนกโภชนาการของสมาคมร้านอาหารแห่งสหรัฐได้กล่าวว่า ร้านอาหารต่างๆได้มีความคืบหน้าในการพัฒนารายการอาหารที่มีปริมาณโซเดียมน้อยลงแล้วเช่นเดียวกัน





