ทางการพม่าสั่งอพยพผู้ประสบภัยจากความรุนแรงทางศาสนาเมื่อปีที่แล้วกว่า 100,000 คน ไปยังที่ปลอดภัย เนื่องจากพายุหมุนมาฮาเซนทวีความรุนแรง
ผู้อพยพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในเพิงพักชั่วคราวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังเกิดเหตุจลาจลระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ ถึง 2 ครั้ง ซึ่งผู้อพยพเหล่านี้มีจำนวนเกือบ 150,00 คน ทางการพม่าได้อพยพผู้ที่อยู่ในค่ายพักชั่วคราวในเมืองซิตตะเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ลุ่มต่ำไปยังที่ปลอดภัยจำนวนกว่า 5,000 คน
ผู้อพยพคนหนึ่งกล่าวว่า พื้นที่ซึ่งทางการให้ไปหลบภัยจากพายุอยู่นอกหมู่บ้าน และเป็นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมทันทีที่พายุเข้า นอกจากนี้ยังมีการอพยพผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่ต่างๆ อีกหลายแห่ง
ทั้งนี้ ตัวเลขของสหประชาชาติระบุว่า มีผู้พลัดถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวชายฝั่งทะเลราว 700,000 คน เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อคลื่นยักษ์จากพายุหมุนขนาดใหญ่ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2551 พายุไซโคลนนาร์กิส ได้คร่าชีวิตชาวพม่าไปราว 130,000 คน ส่วนพายุหมุนมาฮาเซนที่กำลังทวีความรุนแรงในอ่าวเบงกอล คาดว่าจะพัดเข้าบังกลาเทศวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์นี้ และอาจส่งผลกระทบให้เกิดอุทกภัยใหญ่และดินถล่มในพม่า
สำหรับผู้อพยพชาวโรฮิงญา ถูกแบ่งแยกและกีดกันในการดำรงชีวิตในพม่ามานานหลายทศวรรษโดยถูกมองว่าเป็นชาวบังกลาเทศที่เข้ามาอยู่ในพม่าโดยผิดกฎหมาย และไม่ได้รับสัญชาติพม่า แม้บางคนจะอาศัยในพม่ามาหลายชั่วอายุคนแล้วก็ตาม





