รัฐบาลกรีซเริ่มปลดข้าราชการเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี ส่วนหนึ่งของมาตรการรัดเข็มขัดที่ตั้งเป้าจะลดจำนวนข้าราชการให้ได้ 1.8แสนคน ในอีก 2 ปี
นายกรัฐมนตรีอันโตนิส ซามาราส ผู้นำกรีซ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการยกระดับงานบริการภาครัฐ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหนึ่งของสังคมกรีซเองด้วย พร้อมกันนี้ได้สัญญาว่า รัฐบาลจะสร้างงานใหม่ในจำนวนเดียวกันโดยเน้นความรู้ความสามารถ
งานข้าราชการในกรีซได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายย้อนหลังถึงทศวรรษ 1880 โดยเหตุผลหลักของการตรากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาคือ เพื่อทำให้งานบริหารสาธารณะเป็นอิสระจากการเมือง และรับประกันความต่อเนื่อง เพราะก่อนหน้านั้น รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ มักจะปลดข้าราชการที่รัฐบาลชุดก่อนได้ว่าจ้างไว้ และตั้งคนของตนเองขึ้นมาแทน เป็นชนวนให้เกิดเหตุวุ่นวายและภาวะชะงักงัน
อย่างไรก็ดีแม้ว่าตัวกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันลัทธิพวกพ้อง แต่ก็กลับสร้างปัญหาเดียวกันขึ้นเอง เมื่อรัฐบาลแต่ละชุดมักจ้างคนของตนเองเข้ามา ทำให้พนักงานภาครัฐขยายตัวโดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพตามที่สุด งานบริการภาครัฐของกรีซจึงขึ้นชื่อว่าอุ้ยอ้าย และไม่เป็นที่ยอมรับ
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เอื้อให้ข้าราชการที่ถูกไล่ออกฐานใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือเหตุผลอื่นๆ ยื่นอุทธรณ์ได้ แต่กระบวนการอุทธรณ์ใช้เวลาสองถึงสามปี และระหว่างนั้นก็ยังทำงานกินเงินเดือนได้ต่อไป
ขณะที่นายเซฟาส ลูมินา ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ศึกษาผลกระทบของเงินกู้ต่างประเทศให้กับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า สิทธิด้านเศรษฐกิจ-สังคม อาทิ สิทธิในการทำงาน ประกันสังคม ดูแลสุขภาพและมีที่อยู่อาศัย ในกรีซ กำลังถูกบั่นทอนจากมาตรการรัดเข็มขัด ที่กรีซจะต้องทำให้ได้ตามเงื่อนไขรับเงินกู้จากเจ้าหนี้สามฝ่ายเมื่อปี 2553 แต่กำลังส่งผลให้ประชากร 11 ล้านคนของกรีซ เผชิญกับปัญหาว่างงานพุ่งทะยาน อัตราฆ่าตัวตายและฆาตกรรมพุ่งสูง และสิ้นหวัง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซและเจ้าหนี้ต่างชาติ ปฏิรูปเศรษฐกิจโดยตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน





