ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู เห็นพ้องยกเลิกการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่อพม่า ยกเว้นการค้าอาวุธ หลังเร่งปฏิรูป
ประธานฝ่ายนโยบายต่างประเทศอียู "นางแคเธอรีน แอชตัน" แถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียูว่า การยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ยกเว้นเรื่องการค้าอาวุธต่อพม่า เกิดขึ้นแม้ว่าอียูจะตระหนักดีว่า พม่ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกจำนวนมาก ทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย การต่อสู้กับความยากจน และการบรรลุเป้าหมายถึงการเป็นประเทศที่มีสันติภาพตลอดไป
อียูไม่ได้ประเมินความท้าทายดังกล่าวต่ำเกินไป แต่เชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่พม่า และอียู จะต้องมีการสายสัมพันธ์กันมากขึ้น และต้องให้ความช่วยเหลือพม่าเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งปัญหาต่างๆ ดังกล่าว สามารถจะแก้ไขให้ดีขึ้นในสังคมประชาธิปไตยแบบเปิด และอียูก็หวังที่จะได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลพม่า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด
นางแอชตันย้ำด้วยว่า แม้พม่ายังต้องเผชิญกับความท้าทายจำนวนหนึ่ง แต่ประชาชนพม่าต้องการ และสมควรที่จะได้รับประชาธิปไตย สันติภาพ และโอกาส
ทั้งนี้ อียูเห็นพ้องเมื่อปีที่แล้ว ที่จะระงับการคว่ำบาตรต่อพม่าเกือบทั้งหมด เพื่อขานรับต่อการดำเนินมาตรการปฏิรูปครั้งใหญ่ในพม่า นับแต่อดีตรัฐบาลทหารตัดสินใจวางมือจากการปกครองประเทศ ซึ่งการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับบริษัทยุโรป เข้าไปลงทุนในพม่าได้ง่ายมากขึ้นด้วย





