วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มุมลิมสหรัฐหวั่นเจอผลกระทบระเบิดบอสตัน

ชาวมุสลิมในสหรัฐจับตาการสอบสวนเหตุระเบิดบอสตันอย่างใกล้ชิด หวั่นหากผู้ก่อเหตุเป็นชาวอิสลามเคร่งจารีต จะเกิดผลกระทบ

กลุ่มมุสลิมหลายกลุ่มในสหรัฐ ได้ออกแถลงการณ์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ระหว่างการจัดแข่งขันวิ่งมาราธอน บอสตัน ประนามผู้ก่อเหตุครั้งนี้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 170 ราย อย่างรุนแรง พร้อมแสดงความกังวลว่า ชาวมุสลิมอาจต้องเจอกับความเกลียดชัง เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดเหตุวินาศกรรมสหรัฐ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544

นายอิบราฮิม ฮูเปอร์ โฆษกสภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม (แคร์) กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ สภาได้รับโทรศัพท์พร้อมคำพูดส่อความเกลียดชังบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรน่าห่วง ทั้งนี้ สถิติอาชญากรรมที่เอฟบีไอระบุว่าเกิดจากความเกลียดชังต่อมุสลิมและอาหรับในอเมริกาพุ่งพรวดหลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2511 ซึ่งกลุ่มอัลไกดาและสลัดอากาศซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวซาอุดีอาระเบียถูกระบุตัวเป็นคนร้ายอย่างรวดเร็ว

แม้ยังไม่มีการโยงว่ามีกลุ่มมุสลิมใดเกี่ยวข้อง แต่เมื่อข่าวระเบิดบอสตันเริ่มรายงานออกไปในวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งข่าวจริงข่าวคลาดเคลื่อน รวมทั้ง ข่าวที่ว่า ชายชาวซาอุดีอาระเบียรายหนึ่ง ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งต่อมาพบว่าไม่เป็นความจริง และรูปแบบของระเบิดสองลูกที่สำนักข่าวต่างๆ รายงานว่าอาจใช้หม้ออัดความดันเป็นอุปกรณ์หลัก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่นิตยสารของกลุ่มอัลไกดาในคาบสมุทรอาหรับ(เอคิวเอพี) เคยลงบทความแนะนำวิธีการทำไว้เมื่อปี 2553 ทำให้นายชาฮาร์ อาซิส จากสถาบันวิชาการนโยบายสังคมและความเข้าใจ แนะนำให้ชาวมุสลิมระมัดระวังไว้ก่อน เนื่องจากอคติว่า ชาวมุสลิมเป็นผู้ก่อการร้ายและไม่ภักดี ได้ฝังอยู่ในวัฒนธรรมอเมริกันไปแล้ว

นายอาซิส ชี้ว่า มีความเป็นไปได้มากที่ชาวมุสลิมในสหรัฐอาจเผชิญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะหากผู้ต้องสงสัยเป็นมุสลิมจริง ผลสะท้อนกลับเหล่านั้นอาจมาในรูปของอาชญากรรมจากความเกลียดชัง การทำลายทรัพย์สินของมัสยิด การขับไล่ลงจากเครื่องบิน การกลั่นแกล้งรังแกในโรงเรียน และการตกเป็นแพะรับบาปในสื่อบางสำนัก