วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจสหรัฐดันกฎหมายแก้โลกร้อน

บริษัทรายใหญ่หลายแห่งร้องสหรัฐ ออกกฎหมายแก้ไขปัญหาโลกร้อน ระบุเป็นประเด็นที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัททั้งหมด 33 แห่ง อย่าง อีเบย์ อินเทล สตาร์บัคส์ รวมถึงผู้ผลิตสินค้ากีฬา เช่น อาดิดาส ไนกี พาทาโกเนีย เดอะนอร์ธเฟซ และทิมเบอร์แลนด์ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศเป็นปัญหาที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข พร้อมระบุว่าไม่สามารถจะนำอนาคตของลูกหลานเข้ามาเสี่ยง จากการคาดหวังลมๆ แล้งๆ ว่านักวิทยาศาสตร์วิจัยได้วินิจฉัยผิดพลาดเกี่้ยวกับเรื่องโลกร้อน

นอกจากนี้ ตัวแทนจากบริษัทยังกล่าวว่า การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอเมริกา เพื่อรักษาวิถีชีวิตและตำแหน่งมหาอำนาจในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน

บริษัทเหล่านี้ระบุว่าพวกเขาได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่รัฐบาลเองก็จำเป็นต้องออกมาตรการที่มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในภาคธุรกิจ

นางซินเธีย เคอร์ติส จากบริษัทผลิตซอฟท์แวร์ ซีเอ เทคโนโลยีส์ เชื่อว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ และโอกาสทางธุรกิจจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการปรับเปลี่ยนธุรกิจมาใช้พลังงานสะอาดนั้นยังไม่มีผู้เล่นหลายรายมากนัก

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีบารัก โอบามา สัญญาว่าจะให้ความสำคัญกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หลังจากอุณหภูมิในโลกร้อนทำสถิติติดต่อกันหลายปี ทั้งยังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติร้ายแรงหลายครั้ง เช่น เฮอร์ริเคนแซนดีที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม สภาล่างที่เสียงข้างมากเป็นของพรรครีพับลิกันซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักธุรกิจ ได้ต่อต้านการจัดทำกฎหมายดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายดังกล่าวจะผลักดันให้ต้นทุนสูงขึ้น รวมทั้งยังแสดงความเคลือบแคลงใจต่อผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ที่นำมาสนับสนุนการเกิดขึ้นของภาวะโลกร้อน

คามพยายามครั้งล่าสุดของโอบามาที่จะออกกฎหมายควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วประเทศ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาเมื่อปี 2553