อาเบะโนมิกส์ส่งผลนักลงทุนนำเงินกลับญี่ปุ่น ระบุนักลงทุนญี่ปุ่นขายพันธบัตรต่างชาติมูลค่า 1.145 ล้านล้านเยน
ล่าสุดจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นสะท้อนว่านักลงทุนเดินหน้าขายสินทรัพย์ในต่างแดน และนำเงินกลับเข้าไปในญี่ปุ่นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเม.ย. โดยนักลงทุนญี่ปุ่นขายพันธบัตรต่างชาติมูลค่า 1.145 ล้านล้านเยน ซึ่งถือเป็นการขายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี
การนำเงินกลับประเทศครั้งใหญ่ เป็นผลจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินและการคลังอย่างหนักของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ที่ถูกขนานนามว่า "อาเบะโนมิกส์" โดยนับจากเดือนม.ค. นักลงทุนนำเงินกลับประเทศ 8.02 ล้านล้านเยน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีกระแสเงินไหลออก 3.21 ล้านล้านเยน
เงินเยนอ่อนค่าลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ผลจากการจัดทำนโยบายของนายอาเบะ ซึ่งทำให้ผู้ที่ลงทุนในต่างประเทศได้กำไรงาม แต่สภาพการณ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่านักลงทุนจะเก็บเงินไว้ในญี่ปุ่น โดยข้อมูลจากธนาคารเอเอ็นแซทของออสเตรเลียสะท้อนว่านักลงทุนรายย่อยของญี่ปุ่นเทขายสินทรัพย์ในออสเตรเลีย และส่งเงินประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียกลับเข้าประเทศในช่วง 4 เดือนนับถึงเดือนก.พ. เพราะตัดสินใจทำกำไรหลังจากดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นมากเทียบกับเงินเยนโดยค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นเกือบ 15% ปีนี้
ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่มากพอสรุปว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายอาเบะว่าจะสามารถยับยั้งภาวะเงินฝืดได้หรือไม่ เพราะข้อมูลปล่อยกู้ของธนาคารไม่ได้สะท้อนว่าเงินสดที่ส่งกลับมานั้น ถูกนำกลับไปเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทั้งที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นหวังว่าภาคธนาคารและธุรกิจจะนำสภาพคล่องเหล่านี้กลับไปลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริง แทนที่จะเน้นลงทุนต่างแดนหรือลงทุนในสินทรัพย์การเงิน ดังนั้น ผลกระทบจากการดำเนินนโยบายกระตุ้นของนายอาเบะ จึงต้องจับตาดูว่ากระแสเงินไหลออกเร็วกว่าการปล่อยกู้ในประเทศหรือไม่





