ไอเอ็มเอฟเตือนธนาคารกลางทั่วโลกควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และอดทนแรงกดดันทางการเมืองที่เน้นไปที่นโยบายเพื่อลดอัตราการว่างงานเพียงอย่างเดียว
รายงานไอเอ็มเอฟเผยว่า ในขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อลดอัตราการว่างงานหลังจากเกิดวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ ธนาคารกลางเองก็ยังจำเป็นต้องรักษาอำนาจของตัวเองที่ไม่อยู่ในความควบคุมจากรัฐบาล เพื่อเฝ้าระวังปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น การเติบโตของเศรษฐกิจ ราคาสินค้า หรืออัตราการว่างงาน
รายงานฉบับดังกล่าวยังชี้แจงว่า ข้อจำกัดในอิสรภาพ และการปฏิบัติงานของธนาคารกลาง ที่ทำให้สถาบันขาดความยืดหยุ่นในการตอบสนองกับปัญหาที่ปรับเปลี่ยนอยู่ทุกขณะ อาจจะทำให้เกิดปัญหาและจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าไอเอ็มเอฟไม่ได้เน้นถึงความเป็นไปได้ของเงินเฟ้อที่จะดีดตัวขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนยังคงแสดงความวิตกกังวลต่อการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของแบงก์ชาติหลายประเทศที่อาจจะทำให้ราคาสินค้าพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่การเกิดวิกฤติการเงินโลกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วทั่วโลกได้ใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างมาก เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างงาน
ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารแห่งชาติอังกฤษได้ใช้วิธีซื้อพันธบัตรหรือคิวอี ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้มุ่งเน้นไปที่การปล่อยกู้ให้แก่ชาติที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เองก็ได้ประกาศดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงรุกเพื่อกำจัดภาวะเงินฝืดและอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจที่อืดอาดมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ





