ผู้ฝากเงินมากกว่าแสนยูโรในธนาคารไซปรัส ต้องรอถึงเดือนก.ย. กว่าจะทราบว่าถูกเก็บภาษีเงินฝากเท่าไร
ธนาคารกลางไซปรัสกล่าวว่าผู้ฝากเงินมากกว่า 100,000 ยูโรในแบงก์ออฟไซปรัส จะต้องรอจนถึงเดือนก.ย. กว่าจะทราบว่าเงินฝากจะถูกเก็บภาษีเท่าไร ตามเงื่อนไขของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ สหภาพยุโรป และธนาคารกลางยุโรป
เงินฝากในบัญชีของผู้ฝากรายใหญ่ หายไปแล้ว 37.5% ส่วนอีก 22.5% ถูกอายัดไว้จนกว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางจะเปิดเผยอัตราภาษี
สื่อหลายสำนักรายงานว่าผู้ฝากเงินมากกว่า 100,000 ยูโรในแบงก์ออฟไซปรัส จะถูกเก็บภาษี 60% โดยแบงก์ออฟไซปรัสดูแลเงินฝาก 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ ซึ่งหากต้องเสียภาษี 60% จริงก็จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจท้องถิ่นและครัวเรือนจำนวนมาก
เมื่อเดือนที่แล้วไซปรัสต้องขอรับความช่วยเหลือ 10,000 ล้านยูโรจากภายนอก แลกเปลี่ยนกับการลดขนาดภาคธนาคาร ขึ้นภาษี ลดขนาดระบบราชการ และแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการประจำสภาซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ตรวจสอบว่าใครโอนเงินออกจากไซปรัสก่อนการปิดระบบธนาคารเมื่อเดือนที่แล้ว ต้องระงับการตรวจสอบ พร้อมร้องเรียนว่าไม่ได้รับข้อมูลทั้งหมดที่ร้องขอไปจากธนาคารกลาง
นอกจากนั้น ยังส่อเค้าว่าจะเกิดความตึงเครียดระหว่างธนาคารกลางกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลเพิกถอนการแต่งตั้งรองผู้ว่าการธนาคารกลาง ที่มีหน้าที่จัดหาข้อมูลให้คณะกรรมาธิการดังกล่าว โดยรองผู้ว่าการธนาคารกลางคนนี้ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลชุดก่อน
ก่อนหน้านี้ ธนาคารไซปรัสปิดทำการไปเกือบ 2 สัปดาห์เพื่อป้องกันคนแห่ไปถอนเงิน และเปิดทำการอีกครั้งวันที่ 28 มี.ค. พร้อมข้อจำกัดให้ถอนเงินได้วันละ 300 ยูโร ซึ่งหากมีการเปิดเผยถึงรายชื่อผู้โยกย้ายเงินออกนอกประเทศก่อนที่ธนาคารจะปิดทำการ ย่อมจะสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน
หัวหน้าคณะกรรมาธิการประจำสภากล่าวว่าได้ขอข้อมูลย้อนหลังเป็นเวลา 1 ปี แต่ได้ข้อมูลมาเพียง 15 วัน ขณะที่รองผู้ว่าการธนาคารกลางบอกว่าที่ส่งข้อมูลมาให้แค่ 15 วันเพราะเชื่อว่าข้อมูลจำนวนมากคงไม่ได้ช่วยคณะกรรมาธิการบรรลุเป้าหมายมากนัก





