พม่ามีแผนเปิดประมูลสัมปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งทั้งหมดในเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้ อยู่ในน้ำลึก18บ่อ น้ำตื้น7บ่อ
ในอดีตก่อนถูกนานาชาติคว่ำบาตรจากการปกครองภายใต้ระบอบทหาร ต่างชาติได้เข้าไปลงทุนในพม่าบ้างแล้ว อย่างบริษัทโททาลของฝรั่งเศส บริษัทเชฟรอนของสหรัฐ ที่ได้รับสัมปทานขุดเจาะน้ำมันในพม่า หลังจากนั้นบริษัทปิโตรเลียมเนชันแนลของมาเลเซียก็เข้าไปผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งน้ำตื้นตั้งแต่ปี 2543
ส่วนบริษัทแดวู อินเตอร์เนชันแนลของเกาหลีใต้ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตจากประเทศไทยคาดว่าจะเริ่มต้นการผลิต ณ บ่อนอกชายฝั่งได้ในปีนี้ ซึ่งรัฐบาลพม่ากล่าวว่าจะทำให้ผลผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจาก 1.4 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในปัจจุบัน เป็น 2.2 พันล้านลูกบาศ์ฟุตต่อวันภายในปี 2558
แต่ผู้บริหารอุตสาหกรรมน้ำมันและที่ปรึกษาหลายคนให้ความเห็นว่า แหล่งสัมปทานใหม่มีความเสี่ยงสูงท ผลจากการขาดแคลนข้อมูลอ้างอิงทางธรณีวิทยา บุคลากรพม่าไม่มีประสบการณ์ ความเป็นไปได้ที่เงื่อนไขสัญญาอาจเปลี่ยนแปลง และมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทน้ำมันแห่งชาติที่ไม่แน่นอน
นายอ่อง จอว์ ทู ผู้ช่วยผู้อำนวยการในกระทรวงพลังงานพม่า กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติต้องแบกรับต้นทุนการพัฒนาและสำรวจในแหล่งสัมปทานน้ำลึกทั้งหมด โดยรัฐวิสาหกิจเมียนมาร์ออยแอนด์ก๊าซเอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นหน่วยสำรวจและผลิตของรัฐบาล จะรับซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 15-25% จากโครงการที่พิสูจน์ว่าได้ผลในเชิงพาณิชย์ และถ้าผลการศึกษาเบื้องต้นในแหล่งสัมปทานเป็นที่น่าพอใจ บริษัทต่างๆ จะต้องขุดเจาะสองบ่อภายในเวลาสามปี
แต่ด้วยต้นทุนการเช่าแท่นขุดเจาะที่สูงถึงเกือบ 500,000 ดอลลาร์ต่อวัน จึงมีเพียงบริษัททุนหนาเท่านั้นที่สามารถมีส่วนร่วมได้
ผู้บริหารบริษัทน้ำมันยุโรปแห่งหนึ่งกล่าวว่าต้องใช้เงินถึง 300 ล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้นใน 5 ปีแรก ซึ่งถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่และอาจไม่คุ้มค่าความเสี่ยง ทั้งยังไม่ค่อยมั่นใจนักว่าข้อเสนอที่รัฐบาลพม่ายื่นให้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
บริษัทต่างประเทศซึ่งขุดเจาะน้ำมันบนแผ่นดินและในแหล่งน้ำตื้น ต้องเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทท้องถิ่นพม่าที่ลงทะเบียนกับกระทรวงพลังงานซึ่งมีมากกว่า 100 บริษัท ขณะที่นายทิน อ่อง รัฐมนตรีช่วยพลังงาน ยอมรับว่าในแหล่งสัมปทานน้ำลึกมีความเสี่ยงและต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ดังนั้นบริษัทพม่าอาจไม่มีศักยภาพทางการเงินหรือเทคนิคมากพอ
การอนุญาตให้บริษัทต่างชาติถือหุ้นใหญ่ ถือเป็นเรื่องผิดปกติในหลายประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ แต่เงื่อนไขสำหรับการพัฒนาแหล่งพลังงานนอกชายฝั่งพม่าแห่งใหม่ยังไม่ชัดเจน
นายเจสัน วาลดี รองกรรมการบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานดักลาส-เวสต์วูด กล่าวว่า พม่าอาจเรียนรู้จากรัฐบาลในภูมิภาคอื่น ซึ่งเคยประสบสถานการณ์ที่คล้ายคลึงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และอาจได้รับคำแนะนำมาว่าอย่ายอมยกอำนาจการควบคุมให้บริษัทต่างชาติมากเกินไป
ผู้บริหารบริษัทน้ำมันต่างชาติล้วนให้ความเห็นว่า ทรัพยากรน้ำมันนอกชายฝั่งพม่ามีแรงดึงดูดมาก การประมูลครั้งนี้จะแข่งขันกันรุนแรงมาก และจะยิ่งบีบคั้นผลกำไร
กรณีของลิเบียเมื่อปี 2548 ถือเป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับบริษัทน้ำมันที่จะร่วมประมูลสัมปทานในพม่า โดยขณะนั้นบริษัทน้ำมันทั่วโลกต่างเต็มใจยื่นเงื่อนไขพิเศษให้รัฐบาลลิเบียที่เพิ่งได้รับการยกเลิกคว่ำบาตร อันเป็นเงื่อนไขที่พิเศษมากจนไม่อาจทำกำไรได้ ดังที่บริษัทวู้ด แมกเคนซี สรุปว่า "ไม่มีน้ำมันสักหยดถูกผลิตขึ้นจากการประมูลครั้งนั้น"





