อดีตนายกฯ "แธทเชอร์" แห่งอังกฤษ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 87 ปี
อดีตนายกรัฐมนตรีมาร์กาเรต แธทเชอร์แห่งอังกฤษ เจ้าของฉายา"หญิงเหล็ก" ถึงแก่อสัญกรรมและจากไปอย่างสงบ จากอาการเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน ด้วยวัย 87 ปี สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงว่าสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสียพระทัยกับการจากไปของนางแธทเชอร์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของเลดีแธทเชอร์ ซึ่งนับเป็นการสูญเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ สูญเสียนายกฯที่ยิ่งใหญ่ และสูญเสียชาวอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ ก่อนหน้านี้ อดีตนายกฯ แธทเชอร์ซึ่งบริหารอังกฤษช่วงปี 2522-2533 มีอาการหลงๆ ลืมๆ และไม่ค่อยปรากฎตัวในที่สาธารณะ ครั้งสุดท้ายที่สตรีเหล็กเข้าโรงพยาบาลคือเดือนธ.ค.ปีที่แล้วเพื่อรับการผ่าตัดย่อยในกระเพาะปัสสาวะ ก่อนหน้านี้ลูกสาวของนางแธทเชอร์เผยว่าต้องเตือนอดีตนายกฯอยู่บ่อยๆ ว่านายเดนนิส สามีของนางนั้น เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2546 ด้านแพทย์เคยแนะนำให้สตรีเหล็กเลิกพูดในที่ชุมชนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หลังจากเธอมีอาการป่วย นางแธทเชอร์ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนเดียวในประวัติศาสตร์อังกฤษ และดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศที่ยาวนานที่สุุดในทศวรรษที่ 20 นายไมเคิล โฮวาร์ด ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมช่วงปี 2546-48 กล่าวว่าข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของนางแธทเชอร์ถือเป็นข่าวร้าย เพราะเธอเคยมีบทบาทมากในการเมืองของอังกฤษ ในแง่ที่กอบกู้ประเทศ แปลงโฉมเศรษฐกิจ และเขาเชื่อว่านางแธทเชอร์จะได้รับการจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ พวกหัวเอียงขวายกย่องนางแธทเชอร์ว่ายกเครื่องเศรษฐกิจของประเทศขึ้นจากภาวะซบเซา แต่พวกหัวเอียงซ้ายกล่าวหาว่าเธอทำลายอุตสาหกรรมดั้งเดิมของประเทศ อย่างไรก็ตาม ในเวทีโลกนั้นนางแธทเชอร์สร้างสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเป็นพิเศษกับประธานาธิบดีโรนัลด์ แรแกนของสหรัฐ ซึ่งช่วยทะลายม่านเหล็กในสหภาพโซเวียต นอกจากนั้น นางแธทเชอร์ยังคัดค้านอย่างมากที่จะกระชับสัมพันธ์กับยุโรป





