ผลศึกษาชี้ นโยบายซื้อสินทรัพย์จำนวนมหาศาลของเฟด ทำดอลลาร์อ่อนค่าเหมือนการลดดอกเบี้ย
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยผลการศึกษาที่ระบุว่าการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินแบบนอกกรอบโดยการซื้อหลักทรัพย์ระยะยาวจำนวนมหาศาล ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนตัวลงแบบเดียวกับการใช้วิธีการดั้งเดิมที่ลดอัตราดอกเบี้่ย เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำให้สินค้าที่ส่งออกจากสหรัฐมีราคาถูกลงและขายได้มากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
การที่มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สะท้อนว่าเครื่องมือทางการเงินใหม่ล่าสุดของเฟด น่าจะมีส่วนช่วยเศรษฐกิจได้ โดยนายรูเวน กลิก รองประธานฝ่ายวิจัยเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ระบุว่านโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณดึงค่าเงินดอลลาร์ให้ลดลงในระดับใกล้เคียงกับการลดดอกเบี้ยเฟดฟันด์เรต
เฟดได้ดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2551 โดยใช้เงินไปกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ และปัจจุบันเฟดซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองและพันธบัตรรัฐบาลเป็นมูลค่า 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ทุกเดือน
นอกจากนี้ นักวิจัยจากเฟดสาขาซานฟรานซิสโกยังได้ศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่อตลาดเงินตราของนโยบายซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ของเฟด รวมถึงคำประกาศของเฟดเมื่อปลายปีที่แล้วว่าจะตรึงดอกเบี้่ยที่ระดับใกล้ศูนย์เปอร์เซนต์จนกว่าอัตราว่างงานจะลดเหลือ 6.5% โดยการศึกษาพบว่านโยบายคิวอีเทียบได้กับการลดอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์เรต 1% และทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.5%
การศึกษาที่ระบุว่าการซื้อสินทรัพย์ปริมาณมหาศาลของเฟดทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสำหรับนักวิจารณ์นโยบายเฟดในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งนักการเมืองบางคนกล่าวหาเฟดและธนาคารกลางของประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ว่าจงใจทำให้ค่าเงินตัวเองอ่อนลง หวังผลักดันเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว แต่นายเบน เบอร์นันเก ประธานเฟด ได้แก้ต่างว่า หากเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง ก็จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของโลกมากกว่า
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเฟดสาขาซานฟรานซิสโกไม่ได้ยืนยันว่าการอ่อนค่าลงของดอลลาร์ผ่านนโยบายเข้าซื้อสินทรัพย์ของเฟดนั้น มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเท่ากับตอนที่ดอลลาร์อ่อนค่าผลจากการลดดอกเบี้ยของเฟดก่อนวิกฤติการเงินแฮมเบอร์เกอร์





