วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โสมแดง'ประกาศสงครามเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศภาวะสงครามกับเกาหลีใต้ พร้อมขู่ปิดนิคมอุตาสาหกรรมแกซอง

รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้ และจะแก้ปัญหากับเกาหลีใต้ตามแนวทางปฏิบัติในช่วงประเทศเข้าสู่สงคราม พร้อมขู่ปิดนิคมอุตสาหกรรม ที่ร่วมลงทุนกับอีกฝ่ายหนึ่ง ขณะเกาหลีใต้ออกมาประณามคำขู่ดังกล่าว ชี้เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ ส่วนรัสเซียเรียกร้องทุกฝ่ายให้อดกลั้น

วานนี้ (30 มี.ค.) สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้เผยแพร่แถลงการณ์จากรัฐบาล ประกาศว่า ประเทศอยู่ในสถานะสงครามแล้ว และทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ 2 เกาหลีจะถูกดำเนินการไปตามระเบียบปฏิบัติเมื่อประเทศเข้าสู่สงคราม

แถลงการณ์ระบุด้วยว่าการยั่วยุใดๆ ใกล้กับพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ทั้งบนบกและในทะเล จะนำไปสู่กรณีพิพาทเต็มขั้น และสงครามนิวเคลียร์ และว่าจะไม่ทนต่อการยั่วยุของสหรัฐ และเกาหลีใต้ และจะใช้กำลังทหารโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

มีรายงานข่าวด้วยว่า ณ กรุงเปียงยาง เมืองหลวงเกาหลีเหนือ ทหารนับหมื่นนายได้ร่วมชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนนายคิม จอง อึน ในบริเวณจตุรัสกลางกรุง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้นำรุ่นหนุ่มครั้งนี้

การเคลื่อนไหวข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากที่นายคิม จอง อึน สั่งให้กองกำลังจรวดของประเทศเตรียมความพร้อมในการโจมตีฐานทัพสหรัฐอเมริกาในเกาหลีใต้ เกาะกวม ฮาวาย และ แผ่นดินใหญ่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 มีค.)

ขณะที่โฆษกสำนักงานบริหารนิคมอุตสาหกรรมเกซอง ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมร่วมลงทุน ระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ระบุว่า จะปิดโรงงานในนิคมแห่งนี้ ซึ่งอยู่ตรงบริเวณชานแดน 2 ประเทศ หากเกาหลีใต้ยังคงสร้างความไม่พอใจให้กับเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รัฐบาลเปียงยางได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังมีรายงานข่าวว่า โรงงานดังกล่าว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญถึงความร่วมมือของ 2 ประเทศ ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ เพราะเป็นแหล่งระดมเงินสกุลแข็งให้กับเกาหลีเหนือ
ทางด้านกระทรวงรวมชาติแห่งเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ว่า การประกาศภาวะสงครามกับเกาหลีใต้ของเกาหลีเหนือไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกาหลีเหนือจะดำเนินการเช่นนี้ และถือเป็นคำสั่งที่ต่อเนื่องมาจากการสั่งการให้กองทัพเกาหลีเหนือเตรียมความพร้อมในภาวะสูงสุด เพื่อตอบโต้กับการฝึกซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือมองว่าการฝึกซ้อมรบดังกล่าวเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อการรุกรานประเทศ ขณะที่พันธมิตรทั้งสองประเทศถือว่าเป็นการซ้อมรบประจำและฝึกฝนการป้องกันประเทศเท่านั้น

นอกจากนั้นแถลงการณ์ของเกาหลีเหนือยังไม่มีการชี้ชัดว่าจะมีการเริ่มต้นสงคราม และชาวเกาหลีใต้ที่ทำงานอยู่ตามชายแดนติดกับเกาหลีเหนือก็ยังเดินทางข้ามไปทำงานยังโรงงานที่สร้างขึ้นมาจากความร่วมมือระหว่างสองประเทศในเขตเกาหลีเหนืออย่างเป็นปกติ

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าการสร้างความขัดแย้งครั้งนี้เป็นเรื่องผิดปกติของเกาหลีเหนือ และต้องการเรียกร้องความสนใจจากรัฐบาลสหรัฐเพื่อเปิดการเจรจาให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือและส่งเสริมภาพลักษณ์แห่งความเข้มแข็งของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือมากยิ่งขึ้น

ยอมรับไม่ได้

ขณะที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ออกมาตอบโต้ในเรื่องดังกล่าวว่า ท่าทีของเกาหลีเหนือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ รวมทั้งเป็นอันตรายต่อสันติภาพและเสถียรภาพในคาบสมุทรเกาหลี โดยระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงโซล นายคิม มิน ซก โฆษกกระทรวงบอกว่า ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือก็มีพฤติกรรมทำนองนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการฉีกข้อตกลงหยุดยิง และข้อตกลงไม่คุกคามซึ่งกันและกัน การตัดสายโทรศัพท์ฮ็อตไลน์ทางการทหารการเข้าสู่โหมดการเตรียมพร้อมทางการทหารระดับ 1 จนท้ายที่สุดก็เข้าสู่ภาวะสงครามเต็มขั้น

แต่เกาหลีใต้ก็ได้สั่งให้กองทัพมีความพร้อมทางการทหารเต็มที่ เพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน แต่ก็ไม่ได้แจกแจงในรายละเอียด

ทางด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ ยังกล่าวว่า เกาหลีเหนือไม่ได้ข่มขู่ครั้งใหม่ แต่กำลังยั่วยุ และระบุโยงไปถึงแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของเกาหลีเหนือที่ว่า สั่งการให้หน่วยขีปนาวุธเตรียมพร้อมรบในระดับสูงสุด อย่างไรก็ตาม กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ระบุว่า คนงานเกาหลีใต้ยังคงเดินทางเข้าไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมเกซองในเกาหลีเหนือตามปกติ
สหรัฐจริงจังคำขู่

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐจริงจังกับคำขู่ล่าสุดของเกาหลีเหนือที่ประกาศเข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้ และยังคงมีการติดต่อกับเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด และว่า สหรัฐสามารถปกป้องตนเองและพันธมิตรในเอเชียได้อย่างเต็มที่ สหรัฐจะยังคงเสริมมาตรการเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือต่อไป รวมทั้งมีแผนเพิ่มการประจำการระบบสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ระบบเตือนภัยล่วงหน้าและเรดาร์

ทางด้านรัสเซียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบและอดกลั้นอย่างถึงที่สุด หลังจากเกาหลีเหนือประกาศว่า ได้เข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้แล้ว พร้อมกันนี้ยังได้เตือนไม่ให้เกาหลีใต้และสหรัฐกระทำการที่เป็นการยั่วยุ

สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซียว่า รัสเซียคาดหวังว่าทุกฝ่ายจะแสดงความรับผิดชอบและอดกลั้นอย่างถึงที่สุด และจะไม่มีฝ่ายใดข้ามเส้นซึ่งจะไม่มีวันหวนกลับ อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังคงมีการติดต่อกับทุกฝ่ายที่เข้าร่วมเจรจาหกฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ จีน สหรัฐ รัสเซีย และญี่ปุ่น