ผลการสำรวจชี้ ธุรกิจสหรัฐในจีนมากกว่าหนึ่งในสี่ถูกขโมยข้อมูลจากการปฏิบัติงานในจีน เน้นให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศ
หอการค้าอเมริกันในจีนเผยแพร่ผลการสำรวจจากผู้บริหารธุรกิจสหรัฐล่าสุดว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 26% เห็นว่า ข้อมูลหรือความลับทางการค้าถูกขโมยในช่วงเวลาที่ไม่อาจระบุได้ และมีมากกว่า 40% เห็นว่า การปฏิบัติงานในจีนมีความเสี่ยงถูกล้วงข้อมูลมากขึ้น
ทั้งนี้ ในการสำรวจครั้งก่อนๆ นั้น หอการค้าไม่ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการขโมยข้อมูลแต่อย่างใด
ผลการสำรวจ ยังเน้นย้ำความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลและอินเทอร์เน็ตในจีน เนื่องจากมีเพียง 10% ของผู้ให้ข้อมูล กล่าวว่า จะใช้บริการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ หรือบริการคลาวด์ คอมพิวติ้งที่มีฐานในจีน ขณะ 46% กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล
ทั้งนี้บริการคลาวด์ คอมพิวติ้ง อนุญาตให้ผู้ใช้เก็บข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทางไกล แต่ฐานการให้บริการในจีนอาจต้องผูกพันกับกฎหมายจีน และนำไปสู่การตรวจตราโดยรัฐบาล
เกือบสามในสี่ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ล่าช้า และไม่เสถียรของจีนขัดขวางธุรกิจของพวกเขา ในขณะที่มากกว่า 50% กล่าวว่า การควบคุมอินเทอร์เน็ตของจีนทำร้ายธุรกิจสหรัฐในระดับหนึ่ง
กรณีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 40% ของผู้ให้ข้อมูล กล่าวว่า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของจีนดีขึ้นในรอบห้าปีที่ผ่านมา แต่ 58% มองว่ายังใช้ไม่ได้ ส่วนอีก 48% กล่าวว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเช่นนั้นทำร้ายธุรกิจของพวกเขาทั้งในจีน และทั่วโลก
ธุรกิจสหรัฐกังวลมากขึ้นเรื่องการเพิ่มต้นทุนค่าแรง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว และจังหวะก้าวของการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ซบเซาของจีน แม้ว่าส่วนใหญ่จะบอกว่า ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจระยะสั้นของจีน มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับสองของโลก
หอการค้าอเมริกันในจีนสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 325 คน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ก่อนที่สหรัฐจะกดดันจีนโดยกล่าวหาว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังความพยายามล้วงข้อมูลจากธุรกิจสหรัฐ ในข้อกล่าวหาว่าสนับสนุน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน





