กลุ่มธนาคารชั้นนำของโลก ยังมองเห็นความเป็นไปได้ที่ไซปรัสอาจต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน แม้จะได้รับเงินช่วเยหลือ 10,000 ล้านยูโรแล้วก็ตาม
นายฟิลิป ซัทเทิล รองกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่เศรษฐศาสตร์ จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) ซึ่งเป็นตัวแทนของธนาคารราว 450 แห่งทั่วโลก ชี้ว่า ไซปรัสจะต้องเจอกับความตึงเครียดมากขึ้น จากการที่เศรษฐกิจหดตัวลงอย่างรุนแรง และเหลือทางเลือกไม่มากนัก ที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่
การหาทางฟื้นเศรษฐกิจ โดยที่ไม่มีทางเลือกในด้านการปรับลดค่าเงิน อันเป็นวิธีที่ประเทศอื่นๆ นอกกลุ่มยูโรใช้กันนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมากสำหรับเศรษฐกิจไซปรัส ที่เคยเติบโตได้โดยอาศัยชื่อเสียงในฐานะแหล่งหลบเลี่ยงภาษี เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
นายซัทเทิล ระบุว่า ปัจจุบันไซปรัสกำลังเผชิญหน้ากับภาวะตกต่ำอย่างมาก โดยคาดว่า ภายในปี 2558 ไซปรัสอาจมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หดหายไปมากถึง 20%
ผู้บริหารรายนี้ย้ำว่า ไซปรัสถือเป็นกรณีแรกที่มองเห็นความเป็นไปได้อย่างมากที่จะต้องออกจากกลุ่มยูโร เพราะการใช้เงินยูโรทำให้ไซปรัสต้องแบกรับภาระทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่ผลดีสำหรับช่วงเวลานี้ และวิธีเดียวที่จะหลีกหนีสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไปได้ คือการลดค่าเงิน อันเป็นวิธีการที่ทำไม่ได้ตราบเท่าที่ไซปรัสยังใช้เงินยูโรอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น วิกฤติไซปรัสยังจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่อ่อนแออยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สเปน โปรตุเกส และอิตาลี
วันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีนิคอส อานาสตาเซียเดส ผู้นำไซปรัส ประกาศลดเงินเดือนตัวเองลงมา 25% ขณะที่คณะรัฐมนตรีลดเงินเดือนลง 20%





