ธนาคารโลกเผย ราคาอาหารโดยรวมลดลงหลังจากพุ่งสูงสุดเมื่อ6เดือนก่อน แต่ยังคงสูงใกล้ระดับสถิติ ส่งผลให้ปชช.ยากจนที่สุดเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน
นายโอตาวิเอโน คานูโต รองประธานกลุ่มธนาคารโลกเพื่อลดความยากจนและการจัดการทางเศรษฐกิจ กล่าววันนี้ (28 มี.ค.) ว่า อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างอาหารขยะในประเทศกำลังพัฒนา มีแนวโน้มราคาถูกลงกว่าอาหารสุขภาพ จึงมีแนวโน้มว่าประชาชนยากจนที่มีรายได้จำกัดจำเป็นต้องเลือกซื้ออาหารราคาถูกที่ให้แคลอรี่สูงแต่มีคุณค่าทางอาหารน้อย
สอดคล้องกับรายงานจากธนาคารโลกที่ระบุว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2554 ถึงกุมภาพันธ์ 2555 ราคาอาหารโลกโดยรวมลดลง 4% จากที่เคยสูงสุดในเดือนสิงหาคม แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงโดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เพียงเดือนเดียว ราคาอาหารโดยรวมเพิ่มขึ้น 1% โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวและข้าวโพดซึ่งเป็นอาหารหลักในประเทศกำลังพัฒนาราคาเพิ่มขึ้นถึง 5%
ในภาวะที่ราคาอาหารสูงและเปลี่ยนแปลงง่ายเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนนับล้านต้องเผชิญกับปัญหาโภชนาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งความหิวโหย ทุพโภชนาการ หรือโรคอ้วนจนอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ทั้งนี้ในปี 2551 มีผู้ใหญ่ที่น้ำหนักตัวเกินถึง 1.46 พันล้านคน เป็นโรคอ้วน 508 ล้านคน ธนาคารโลกประเมินว่า ภายในปี 2573 ผู้ใหญ่น้ำหนักเกินอาจเพิ่มเป็น 2.16 ล้านคน ส่วนผู้เป็นโรคอ้วนจะเพิ่มเกือบสองเท่าเป็น 1.12 พันล้านคนทั่วทุกภูมิภาครวมทั้งในประเทศที่พัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างจีนและอินเดีย โดยครึ่งหนึ่งของประชาชนที่มีน้ำหนักเกินอยู่ใน 9 ประเทศคือจีน สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อินเดีย รัสเซีย บราซิล เม็กซิโก อินโดนีเซีย และตุรกี ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าภาวะโรคอ้วนไม่ได้มีอยู่เฉพาะในประเทศร่ำรวยเท่านั้น
นอกจากนี้ธนาคารโลกยังกังวลถึงความไม่แน่นอนของอุปทานอาหารโลกอีกด้วย





