จีนเตรียมจัดเก็บภาษีการบริโภค ต่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม และทรัพยากร
หนังสือพิมพ์อิโคโนมิค อินฟอร์เมชั่น ในเครือสำนักข่าวซินหัว ของจีน รายงานว่า กระทรวงการคลัง และคณะกรรมาธิการงบประมาณ คณะกรรมการกลาง แห่งสมัชชาประชาชนจีน ได้เอ่ยถึงแผนการดังกล่าวไว้ในรายงานที่จัดทำขึ้นมา โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมาธิการอยู่ระหว่างการศึกษาว่า ผลิตภัณฑ์ประเภทใดที่มีการบริโภคทรัพยากรปริมาณมาก ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพงบางประเภท จะต้องถูกเก็บภาษีโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาปรับอัตราภาษีของผลิตภัณฑ์บางประเภทที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณการบริโภคภายในประเทศ
ปัจจุบัน มีสินค้า 14 ประเภท ที่จะต้องถูกเก็บภาษีโภคภัณฑ์ ได้แก่ บุหรี่ แอลกอฮอล์ เครื่องสำอาง อัญมณีราคาแพง ไข่มุกและหยก ประทัดไฟ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ อย่างไรก็ดี เอกสารไม่ได้กำหนดรายละเอียดในเรื่องกำหนดเวลาจัดเก็บแต่อย่างใด ขณะกระทรวงการคลังปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องนี้
หนี ฮองรี นักวิจัยจากศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาในสังกัดคณะรัฐมนตรีจีน แสดงความเห็นว่า การปฏิรูปโครงสร้างภาษีภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน จะต้องมีทั้งการขึ้น และลดภาษีรวมไว้ด้วยกัน
ตัวอย่างเช่น เครื่องสำอางซึ่งตกเป็นเป้าถูกจัดเก็บภาษี 30% แต่เนื่องจากมาตรฐานความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น เครื่องสำอางจำนวนมากสามารถหาซื้อได้แพร่หลายขึ้น ดังนั้นจึงควรปรับลดภาษีสินค้าประเภทนี้
ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคน ยังแนะให้มีการปรับขึ้นภาษีโภคภัณฑ์สำหรับบุหรี่ เนื่องจากจีนยังเก็บภาษีบุหรี่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสากลอย่างมาก
หลิว ฉางซี นักวิจัยจากสถาบันวิจัยศาสตร์การคลัง สังกัดกระทรวงการคลังจีน กล่าวว่า รัฐควรจะเก็บภาษีโภคภัณฑ์จากสินค้าหรูเกิดใหม่ เช่น เรือยนต์ เรือใบ เครื่องบินเล็ก และกระเป๋าแบรนด์เนม
ขณะที่หยวน ชิงตัน รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจในการกำกับดูแลกระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ถุงพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง และแบตเตอรี่แบบตะกั่ว-กรด รวมถึงสินค้าประเภทปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชก็ควรถูกเก็บภาษีโภคภัณฑ์เช่นเดียวกัน
ปัจจุบัน จีนเก็บภาษีบริโภคตะเกียบชนิดใช้แล้วทิ้ง และพื้่นไม้แข็งในอัตรา 5% ซึ่งหยวน บอกด้วยว่า ปุ๋ย และยาห่าแมลง ซึ่งราคาร่วงลงเพราะคนใช้มากขึ้น ควรโดนเรียกเก็บภาษีเช่นกัน
ทางด้านหนี จากศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนา กล่าวด้วยว่า การปรับขึ้นภาษีจะเป็นปัจจัยให้ราคาสินค้าขึ้นตามด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสภาพความยืดหยุ่นในผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นๆ เช่น บุหรี่เป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันสำหรับนักสูบทั้งหลาย ดังนั้น การขึ้นภาษีก็หมายความว่าผู้ที่สูบบุหรี่จ ะต้องจ่ายเงินค่าบุหรี่เพิ่มขึ้นถ้าไม่เลิกสูบ ถือเป็นสิ่งที่ดีกับสุขภาพของพวกเขาและคนรอบข้าง





