วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนเตรียมเผยแผนปฏิรูปครั้งใหญ่

จีนเตรียมเผยแผนปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 90 หลังจากมีการแต่งตั้งผู้นำรุ่นใหม่ของประเทศ อันมาจากกลุ่มที่ใกล้ชิดกับอดีตนายกฯ

ไม่ว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีหม่า ไค รัฐมนตรีคลัง ลัวะ จื่อเว่ย และผู้ว่าการธนาคารกลาง โจว เสี่ยวฉวน ซึ่งล้วนเป็นคนสนิทของนายจู ในคณะกรรมาธิการแห่งชาติเพื่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อันเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ร่างพิมพ์เขียว เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับธุรกิจ และทำให้ประชาชนหลายล้านคนตกงานผลจากการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ

นายพอล มาร์โคว์สกี้ ประธานบริหารเอ็มอีเอส แอดไวเซอร์ส และที่ปรึกษาของเจ้าหน้าที่ด้านการเงินในรัฐบาลจีนมานานหลายปี แสดงความเห็นว่า จีนกำลังปฏิรูปโครงสร้าง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่การลดจำนวนรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่

ที่ผ่านมา นายจูได้รับยกย่องในฐานะการนำจีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก อันเป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้ต้องปิดธุรกิจไร้ประสิทธิภาพไปหลายพันแห่ง แต่ท้ายที่สุดแล้วทำให้ผู้ส่งออกของจีน กลายมาเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมากสุดในโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนจนผงาดขึ้นมามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ

อย่างไรก็ดี นับแต่นั้นการปฏิรูปเศรษฐกิจก็คืบหน้าไปไม่มากนัก เปิดทางให้รัฐวิสาหกิจขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และได้อภิสิทธิ์เป็นผู้กู้รายสำคัญของบรรดาธนาคาร อันเป็นสถานการณ์ที่เหล่านักวิจารณ์ระบุว่า ทำให้ภาคเอกชนขาดแคลนเงินทุนและนวัตกรรม

ปัจจุบัน จีนต้องการแรงผลักดันเพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างมาก โดยในการแถลงข่าวครั้งแรก นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ได้ให้คำมั่นถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่จำเป็น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนให้เดินหน้าไปอีกครั้งหนึ่ง และสามารถเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว

ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี นับถึงปี 2558 นั้น จีนได้ตั้งเป้าการขยายตัวเศรษฐกิจรายปีไว้ที่ 7% และให้คำมั่นถึงการเพิ่มรายได้ครัวเรือน 2 เท่า ภายในทศวรรษหน้า บ่งชี้เป็นนัยว่าเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจนี้จะคงอยู่ต่อไปอีก 10 ปี

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ในการที่จะให้เศรษฐกิจโตได้ตามเป้าที่วางไว้นั้น จีนจะต้องเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจขึ้นมาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแผนการใช้จ่ายจำนวน 40 ล้านล้านหยวน สำหรับแผนพัฒนาเมืองในส่วนต่อไป เพื่อยกระดับประชากร 400 ล้านคนในชนบท ให้กลายเป็นคนเมืองภายในทศวรรษหน้า

อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มว่าอาจต้องรอไปจนถึงช่วงปลายปี กว่าจีนจะเผยแผนการปฏิรูปครั้งใหม่ในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งกว่าจะถึงเวลาดังกล่าว นักวิเคราะห์คาดว่าสิ่งที่นายหลี่จะให้ความสำคัญในขณะนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงด้านงบประมาณ โดยมุ่งเน้นไปที่การกระจายรายได้ และส่งเสริมการบริโภคภาคเอกชน ลดการพึ่งพาการลงทุน และการส่งออก พร้อมส่งเสริมแผนการพัฒนาเมืองขั้นต่อไป ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีการขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นหลัก

นายลัวะ รัฐมนตรีคลังคนใหม่ เคยระบุว่าการปฏิรูปในส่วนที่ง่ายๆ นั้นสำเร็จไปแล้ว เหลือแต่การปฏิรูปในส่วนที่ยากๆ อย่างการปฏิรูปภาษี และการเปิดให้เงินหยวนเคลื่อนย้ายรวมถึงแลกเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันธนาคารจีนค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ตลาดทุนค่อนข้างอ่อนแอ และต้องมีการปฏิรูปอย่างมาก