เหตุการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะการขมขื่นผู้หญิง ส่งผลต่อการท่องเที่ยวอินเดีย เหตุนักท่องเที่ยวหวั่นความปลอดภัย
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แผนการทำตลาดอันน่าเหลือเชื่อของกระทรวงการท่องเที่ยวอินเดีย ที่เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ช่วยทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามายังอินเดียเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.6 ล้านคนต่อปี แม้จะยังอยู่ล้าหลังจีน และมาเลเซียก็ตาม
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน การผลักดันดังกล่าว กลับโดนบั่นทอนจากความรู้สึกที่เพิ่มมากขึ้นว่า อินเดียไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักท่องเที่ยวเพศหญิง
เหตุการณ์รุมรุมข่มขืนนักศึกษาหญิงอินเดียจนเสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตามด้วยความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยิ่งทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกไม่ปลอดภัยมากขึ้นกับการต้องเดินทางมายังประเทศนี้
เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวหญิงชาวสวิส ตกเป็นเหยื่อรุมข่มขืน ระหว่างการปั่นจักรยานท่องเที่ยวในรัฐมัธยประเทศ ขณะที่สามีของเธอโดยจับมัด ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุยังโดนกล่าวหาว่าขโมยคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป โทรศัพท์มือถือ และเงินจำนวน 10,000 รูปีด้วย ในคืนเดียวกันนั้น ยังเกิดเหตุผู้ชายกลุ่มหนึ่งลักพาตัวผู้บริหารชายอินเดีย ที่ทำงานให้กับอัลสตอม บริษัทด้านวิศวกรรมสัญชาติฝรั่งเศส ในเมืองใกล้ๆ กับกรุงนิวเดลีด้วย
เหตุการณ์ต่างๆ ที่มีรายงานออกมานับแต่เหตุรุมข่มขืนบนรถประจำทางเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ยังรวมถึง กรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ที่ออกมาบอกว่าเธอโดนบุตรชายเจ้าของโรงแรมที่เข้าพักระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวเมื่อเดือนมกราคมวางยา และข่มขืน นอกเหนือจากเรื่องของหญิงจีนที่ทำงานในเมืองเกอร์กาน ใกล้กับเมืองหลวงของอินเดียที่โดนคนรู้จักข่มขืนเมื่อเดือนที่แล้ว
แม้จะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นมากมาย แต่เจ้าหน้าที่อินเดียก็ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องมีการเตือนภัยแต่อย่างใด โดยชี้ว่า มีชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทั่วโลก และผู้มาเยือนอินเดียส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ประสบปัญหาด้านความปลอดภัยแต่อย่างใด
กระนั้นก็ตาม หลายประเทศพากันออกคำเตือนพลเมืองของตัวเอง ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการดูแลนักท่องเที่ยว โดยคำเตือนจากกระทรวงต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งออกมาก่อนที่พลเมืองของตัวเองจะตกเป็นเหยื่อเหตุรุนแรงในอินเดียนั้น เรียกร้องให้ชาวสวิสในอินเดีย เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ แบบเป็นหมู่คณะ และต้องไปพร้อมกับมัคคุเทศก์
ขณะที่เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ก็เตือนนักเดินทางหญิงให้ระมัดระวังตัวเองอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการเดินทางคนเดียวในรถแท็กซี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืน ส่วนกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ได้ยกระดับคำเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นักท่องเที่ยวหญิงจะถูกคุกคามทางคำพูดและทางกายโดยกลุ่มชายอินเดีย หลังจากที่มีคดีอุกฉกรรจ์เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่เด็กหญิงอังกฤษวัย 15 ปีถูกข่มขืน และปล่อยให้เสียชีวิตริมชายหาดรัฐโคอา
นายโคอุระ คานชิลาล กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมผู้ประกอบการการท่องเที่ยวอินเดีย แสดงความเห็นว่า เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมสำหรับการมองอินเดียว่าเป็นสถานที่อันตราย โดยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมักตกเป็นผู้ต้องหารายแรกเสมอ เวลาเกิดอาชญากรรมกับชาวต่างประเทศในอินเดีย แต่รายงานข่าวมักไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริง
นายคานชิลาล ระบุด้วยว่า นักท่องเที่ยวเองก็ควรจะมีความรับผิดชอบ ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำว่าสิ่งใดควรทำ หรือไม่ควรทำ





