วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แผนเก็บภาษีที่สส.ไซปรัสเมิน

แผนการของไซปรัสเก็บภาษีเงินฝาก 9.9% ไม่สามารถผ่านความเห็นชอบจากสภา

แม้แผนการดังกล่าวถูกกำหนดให้เป็นเงื่อนไขหลักในข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับเงินช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ อียู และอีซีบี โดยข้อตกลงนี้เป็นสิ่งที่สร้างความวิตกทั่วยูโรโซนว่าอาจเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นในยูโรโซนที่เผชิญวิกฤติ ต้องเจอกับเงื่อนไขเก็บภาษีเงินฝากบ้าง

จะว่าไปแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเมื่อปี 2535 อิตาลีเคยจัดเก็บภาษีเงินฝาก 0.36% กระนั้น แผนจัดเก็บภาษีเงินฝากของไซปรัสนั้นถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่วิกฤติหนี้ยูโรโซน ที่มีตั้งเงื่อนไขดังกล่าว

ไซปรัสเป็นชาติยูโรโซนชาติที่ 4 ที่ประสบปัญหา ตามหลังกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส โดยแผนเก็บภาษีที่ถูกสส.ปฏิเสธไปนั้นเป็นการเก็บภาษีพิเศษครั้งเดียวสำหรับบัญชีเงินฝากทั้งหมด แต่จำนวนภาษีที่เก็บนั้นขึ้นอยู่ว่ามีเงินฝากมากน้อยแค่ไหน โดยแรกเริ่มเลยมีการเสนอให้เก็บภาษี 6.75% สำหรับบัญชีต่ำกว่า 100,000 ยูโร และ 9.9% สำหรับบัญชีที่มีเงินฝากมากกว่านั้น แต่ชาวไซปรัสไม่พอใจอย่างหนักจนมีการปรับลดภาษีเหลือ 6.75% สำหรับผู้มีเงินฝากมากกว่า 20,000 ยูโร และรัฐบาลจะชดเชยด้วยการให้สิทธิในรายได้จากก๊าซธรรมชาติสำรอง

สาเหตุที่มีแผนให้ชาวไซปรัสต้องควักกระเป๋าจ่ายภาษี ก็เพราะสหภาพยุโรป กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารกลางยุโรป ไม่ต้องการปล่อยกู้มากกว่า 10,000 ล้านยูโร ทำให้ไซปรัสต้องหาเงินเอง 5,800 ล้านยูโร แต่ธนาคารในไซปรัสก็ปล่อยกู้แก่สถาบันในกรีซมาก ทำให้ถูกมองว่าน่าจะมีเงินทุนไม่เพียงพอ กระนั้นธนาคารยังมีเงินฝากของประชาชน ชาวต่างชาติ และบริษัทต่างๆ อยู่ ทำให้ตกเป็นเป้าหมายของการเก็บภาษี

ในบรรดาเงินฝาก 67,000 ล้านยูโรในธนาคารของไซปรัสนั้น ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเป็นเงินฝากของคนรัสเซียอย่างน้อย 15,400 ล้านยูโร

ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นทั่วโลกต่อข่าวการเก็บภาษีเงินฝากของไซปรัส เป็นไปอย่างแตกตื่น แต่ก็ดีดตัวกลับมาในเวลารวดเร็ว แถมยังเคลื่อนไหวไม่มากนักหลังจากสส.ไซปรัสไม่รับแผนการดังกล่าว นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดจะมีปฏิกิริยามากกว่านี้หากแผนการดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ เพราะอาจเป็นตัวอย่างให้มีการจัดวางเงื่อนไขนี้แก่ชาติอื่น

สำหรับผลกระทบระยะสั้นนั้น แม้ชาวไซปรัสจำนวนมากแห่ไปถอนเงินจากเอทีเอ็ม แต่กระแสดังกล่าวดำเนินอยู่ในไซปรัสเท่านั้น นักวิเคราะห์ยูบีเอสชี้ว่าผลกระทบระยะสั้นนอกไซปรัสนั้น ดูเหมือนมีจำกัด เพราะคนในประเทศอื่นไม่ได้แตกตื่นไปถอนเงินออกจากธนาคาร

แม้หลายคนมองว่าการเก็บภาษีเงินฝากเป็นทางออกเดียวสำหรับไซปรัส แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ชี้ว่าแผนการนี้กระทบอย่างหนักต่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเงินโดยรวมของยุโรป นักวิเคราะห์แห่งบริษัทซีเอ็มซีมาร์เกตชี้ว่าหากผู้กำหนดนโยบายยุโรปกำลังมองหาทางบั่นทอนความไว้ใจของประชาชนที่มีต่อฐานรากของระบบธนาคารแล้ว ก็นับว่าพวกเขาทำได้ดีมาก เพราะการไปหาเงินจากผู้ฝากเงิน จะเรียกความสนใจจากหลายฝ่ายให้พุ่งไปที่ระบบธนาคารทั่วยูโรโซน

ขณะที่เจ้าหน้าที่แห่งสมาพันธ์ธนาคารเยอรมนีชี้ว่าการให้ลูกค้าเข้ามาแบกภาระด้วย จะต้องเป็นมาตรการยกเว้นเป็นการเฉพาะบางประเทศเท่านั้น