วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บททดสอบ'อาเบะโนมิกส์'

ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่น ว่าจะเข้าร่วมเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี ความเป็นหุ้นส่วนข้ามแปซิฟิก (ทีพีพี)

นับเป็นแผนการขั้นสุดท้ายของนายอาเบะในยุทธศาสตร์กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว และเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้อันหนักหน่วงที่อาจกระทบถึงฐานทางการเมืองของผู้นำญี่ปุ่น รวมถึงความยืดหยุ่นของผู้ร่วมรัฐบาล

ทีพีพีเป็นส่วนประกอบสำคัญในยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวของนายอาเบะ และเป็นหนึ่งใน "ศร 3 ลูก" ในการดำเนินนโยบายของเขาที่ถูกเรียกขานว่า "อาเบะโนมิกส์" ซึ่งประกอบด้วยการผ่อนคลายทางการเงินอย่างหนัก และการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นขนานใหญ่ นายอาเบะกล่าวว่านโยบายของเขามุ่งปรับขีดแข่งขันของบริษัทญี่ปุ่นให้แหลมคม และเน้นในด้านต่างๆ อย่างการปฏิรูปการจ้างงาน พลังงานสะอาด การดูแลสุขภาพ และการส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งยังแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญพร้อมมอบหมายภาระกิจในการร่าง "พิมพ์เขียว" ฉบับเต็มเพื่อกระตุ้นการเติบโตภายในกลางปีนี้

มีผู้วิจารณ์ "อาเบะโนมิกส์" ว่านอกจากทีพีพีแล้ว แนวคิดของนายอาเบะไม่แตกต่างจากผู้นำญี่ปุ่นคนก่อนๆ เท่าไร

นายเฮอิโซะ ทาเคนากะ นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอยู่ในคณะที่ปรึกษาของนายอาเบะ กล่าวว่าได้เคยมีการจัดวางยุทธศาสตร์การเติบโต 7 ฉบับในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละครั้งต้องใช้ความพยายามในการจัดทำอย่างมาก แผนเหล่านี้เรียกความสนใจและสร้างความหวังได้ในระยะสั้นๆ ดังนั้นในคราวนี้รัฐบาลจึงต้องลงมือทำในสิ่งที่มากกว่านั้น โดยแนวคิดที่รัฐบาลนำเสนอขณะนี้ ยังไม่ประกอบด้วยมาตรการจริงจังในการรับมือการท้าทายทางเศรษฐกิจ อย่างการเพิ่มจำนวนประชากรที่มีการศึกษาและคนงานหนุ่มสาวที่ผ่านการฝึกปรือ เพื่อรับมือแรงงานลดจำนวน

การทะยานขึ้นของตลาดหุ้นนับถึงขณะนี้ได้แรงหนุนจากการคาดหมายว่าเศรษฐกิจอาจพลิกฟื้น แต่ไม่ได้คาดหมายว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นายโตชิฮิโร อิโฮริ นักเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ชี้ว่าการพึ่งพานโยบายการเงินมากเกินไป ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจมีข้อจำกัด

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด แต่การเติบโตจะไม่ยั่งยืนเว้นแต่ภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น และมีการบริโภคมากขึ้น เพราะการฟื้นตัวที่แท้จริงในภาคธุรกิจและรายได้จากการเก็บภาษีถือเป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่สิ่งที่นายอาเบะทำนั้นคือใช้จ่ายการคลังอย่างหนักซึ่งยิ่งเพิ่มภาระหนี้ของญี่ปุ่น ที่อยู่ในระดับสูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าการเข้าร่วมทีพีพีเป็นโอกาสที่ญี่ปุ่นพลาดไม่ได้ เพราะจะเป็นช่องทางในการเข้าถึงเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตของเอเชีย ทั้งยังเปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นเข้าไปแข่งขันในตลาดสหรัฐกับคู่ค้าเสรีอื่นๆ

นายอาเบะมีหลายเหตุผลสำหรับการเข้าร่วมทีพีพีตั้งแต่ตอนนี้ เพราะยิ่งญี่ปุ่นเข้าร่วมเจรจาเร็วขึ้นเท่าใด ก็มีโอกาสที่จะเข้าไปมีอิทธิพลในการเจรจาต่อรองมากขึ้นเท่านั้น โดยคาดว่าการเจรจาอาจสิ้นสุดภายในปลายปีนี้ นอกจากนั้น นายอาเบะยังต้องรักษากระแส "อาเบะโนมิกส์" เอาไว้จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งในเดือนก.ค.

กระนั้น มีอุปสรรคหลายอย่างสำหรับญี่ปุ่นเช่นกัน เพราะรัฐบาลกรุงโตเกียวจะต้องเผชิญแรงกดดันให้เปิดตลาด จากปัจจุบันที่ข้อตกลงการค้าเสรีของญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่ไม่รวมผลิตภัณฑ์ภาคเกษตร โดยข้าวมีการเก็บภาษีศุลกากรสูงถึง 778% และ 39% สำหรับเนื้อสัตว์ นอกจากนั้น คาดว่ากลุ่มลอบบียานยนต์สหรัฐจะกดดันญี่ปุ่นให้อ่อนข้อ รวมถึงผ่อนคลายตลาดรถเล็ก จากปัจจุบันที่อุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐมีส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยในตลาดญี่ปุ่น

ในส่วนของการดำเนินนโยบายด้านอื่นที่รวมอยู่ใน "ศร 3 ลูก" คือการผ่อนคลายทางการเงินอย่างหนักนั้น กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อนายฮิรุฮิโกะ คุโรดะ ขึ้นเป็นผู้ว่าการบีโอเจคนใหม่ในวันนี้ (20 มี.ค.) และมีแผนแก้ปัญหาเงินฝืดด้วยการอัดฉีดเงินเยนจำนวนมหาศาลเข้าสู่เศรษฐกิจ เพื่อโน้มน้าวประชาชนให้เริ่มใช้จ่ายทันทีก่อนที่ราคาสินค้าจะปรับตัวขึ้น

มีเสียงวิจารณ์ว่านโยบายที่นายคุโรดะส่งเสริมนั้น เป็นนโยบายที่เน้นความหวัง เพราะที่ผ่านมาบีโอเจได้อัดฉีดเงินสดเข้าระบบเศรษฐกิจมาหลายปี แต่เงินฝืดก็ยังอยู่ จึงเกิดคำถามว่าการอัดฉีดเงินมากขึ้นจะสร้างความต่างได้อย่างไร