คณะผู้เจรจากว่า 150 ประเทศทั่วโลก เริ่มต้นการหารือในเวทีสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อหาทางบรรลุสนธิสัญญาควบคุมการซื้อขายอาวุธมูลค่า 7ม.ล.
การหารือในวันนี้ เกิดขึ้นหลังเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงมติเมื่อเดือนธันวาคมให้ฟื้นการเจรจา เรื่องสนธิสัญญาฉบับแรกของโลกที่จะควบคุมการค้าอาวุธสามัญทุกประเภท ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 70,000 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 2.1 ล้านล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่เรือรบ รถถัง เฮลิคอปเตอร์โจมตี ไปจนถึงปืนพกและปืนยาว หลังจากการประชุมเพื่อร่างสนธิสัญญาล่มลงในเดือนกรกฎาคมปีก่อน เนื่องจากสหรัฐ รัสเซียและจีนขอเวลาทบทวน
การประชุมครั้งนี้มีกำหนดเสร็จสิ้นในวันที่ 28 มีนาคม กลุ่มสนับสนุนการควบคุมอาวุธและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า แต่ละนาทีทั่วโลกมีคนเสียชีวิตเพราะความรุนแรงที่มีอาวุธเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องมีสนธิสัญญาหยุดยั้งการลำเลียงอาวุธและกระสุนที่ไร้การควบคุม เพราะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดสงคราม ความโหดร้ายและการละเมิดสิทธิ
ก่อนหน้านี้ นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐ ในฐานะผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่สุดของโลก ตั้งใจที่จะให้เกิดการบรรลุสนธิสัญญาการค้าอาวุธที่มีประสิทธิภาพและเข้มแข็ง เพื่อลดผลกระทบต่อเสถียรภาพของสันติภาพของโลก แต่จะไม่ยอมรับสนธิสัญญา ที่จะจำกัดสิทธิของพลเรือนอเมริกันในการครอบครองอาวุธตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐ ขณะที่สมาคมปืนยาวแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนปืนรายใหญ่ในสหรัฐประกาศจะทำให้วุฒิสภาไม่ให้สัตยาบันสนธิสัญญานี้หากรัฐบาลให้ความเห็นชอบในการประชุมที่ยูเอ็น





