กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรัก อ้างอยู่เบื้องหลังความรุนแรงกลางกรุงแบกแดด ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่าสิบคน
กลุ่มที่เชื่อมโยงกับอัลไกดา อ้างความรับผิดชอบว่าเป็นผู้ลงมือโจมตีใกล้กับเขต "กรีนโซน" ของกรุงแบกแดด ก่อนวาระครบรอบ 1 ทศวรรษการบุกเข้าอิรักของกองทัพนานาชาตินำโดยสหรัฐ
เหตุการณ์ล่าสุดได้ก่อให้เกิดคำถามถึงความสามารถของกองกำลังรักษาความปลอดภัยของรัฐบาล ในการป้องกันเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรัก(ไอเอสไอ) อ้างว่าเป็นผู้ลงมือเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ โดยมีการวางระเบิดหลายระลอกในเขตอัลลาวี ซึ่งอยู่ติดกับเขต"กรีนโซน" อันเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงสถานทูตสหรัฐและอังกฤษด้วย
ในช่วงชุลมุน กลุ่มติดอาวุธได้บุกเข้าโจมตีกระทรวงยุติธรรม และปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 คน และบาดเจ็บกว่าอีก 30 คน ในขณะที่กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 60 คน
ทางด้าน องค์กรอิรักบอดีเคานท์ (Iraa Body Count) หรือไอบีซีในอังกฤษ ได้ตีพิมพ์ผลวิจัยที่มีการสรุปว่ามีพลเรือนเสียชีวิตกว่า 112,000 รายตั้งแต่การบุกอิรักได้เริ่มขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และหากรวมทหาร กลุ่มติดอาวุธทุกกลุ่ม รวมถึงการเสียชีวิตที่ไม่ได้อยู่ในเอกสารทางการนั้น จำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะพุ่งสูงถึง 174,000 คน
ไอบีซี ยังกล่าวอีกว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กรุงแบกแดดได้เป็น และยังจะคงเป็นภูมิภาคที่อันตรายที่สุด เนื่องจาก 48% จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด ได้เสียชีวิตเมืองหลวงแห่งนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุรุนแรงในอิรักยังอยู่ในระดับสูง มีพลเรือนเสียชีวิตปีละ 4-5 พันคน





