รัฐสภาพม่าเห็นพ้องทบทวนรัฐธรรมนูญปี 2551 ส่งสัญญาณที่จะมีการแก้ไขมาตราที่ห้าม "อองซาน ซูจี" แกนนำฝ่ายค้านขึ้นเป็นประธานาธิบดี
รายงานของหนังสือพิมพ์นิวไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาล ไม่ได้ให้รายละเอียดถึงมาตราที่มีแนวโน้มว่าจะถูกแก้ไข โดยรัฐสภาพม่ารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลังเปิดให้ลงประชามติ ในช่วงเวลาที่ประเทศเพิ่งประสบภัยพิบัตินากีส ที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นคน และประเทศตกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย
รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ยังเป็นรัฐธรรมนูญที่อดีตรัฐบาลทหารจัดทำขึ้น โดยเนื้อหาในมาตราต่างๆ รวมถึง การห้ามบุคคลที่มีคู่สมรส หรือบุตร ถือสัญชาติอื่นๆ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของนางซูจี แกนนำฝ่ายค้าน ที่มีบุตรชาย 2 คน ถือสัญชาติอังกฤษ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า มีการกำหนดมาตรานี้ขึ้นมาเพื่อมุ่งกีดกันนางซูจีโดยเฉพาะ
สภาล่างของพม่า ได้อนุมัติให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อดำเนินการทบทวนรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของประเทศ เนื่องจากความก้าวหน้าในการปฏิรูป
รัฐธรรมนูญพม่า ยังกำหนดให้สงวนที่นั่งในสภา 25% สำหรับตัวแทนจากกองทัพ เพื่อรับประกันว่า กองทัพจะยังมีอิทธิพลทางการเมืองอยู่ แม้ประธานาธิบเต็ง เส่ง จะเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิรูปประชาธิปไตย นับแต่เข้าบริหารในปี 2554 ก็ตาม
อย่างไรก็ดี รายงานข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดว่า การพิจารณาทบทวนดังกล่าว จะมีการแก้ไขมาตรากำหนดคุณสมบัติคู่สมรส หรือเรื่องที่นั่งในสภาของตัวแทนกองทัพ หรือไม่
การที่ฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอที่จะให้มีการทบทวนรัฐธรรมนูญ ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางราย ที่เคยออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แสดงท่าทีระมัดระวังต่อเรื่องนี้ โดยนายอ่อน เจียง สส. และโฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี ระบุว่า ยังไม่แน่ใจกับก้าวต่อไปของฝ่ายรัฐบาล
การทบทวนรัฐธรรมนูญข้างต้น ยังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป ในปี 2558 นั้น พรรคเอ็นแอลดี จะคว้าเสียงข้างมากมาครอง

