บรรดาผู้นำประเทศและคาทอลิกทั่วโลกร่วมยินดีกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส วัย 76 ปี จากอาร์เจนตินา พร้อมเร่งให้พระองค์ทำงานเพื่อสร้างสันติภาพ
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐอเมริกา แถลงแสดงความยินดีต่อสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกจากละตินอเมริกา และว่า สหรัฐจะทำงานร่วมกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เช่นเดียวกับสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 เพื่อสันติภาพที่ก้าวหน้า ความมั่นคง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ขณะที่นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี กล่าวว่า ความหวังของผู้ศรัทธาทั้งในเยอรมนี และทั่วโลกฝากไว้กับสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ส่วนนายเฮอร์มาน ฟาน รอมปุย ประธานสหภาพยุโรป (อียู) และนายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานกรรมาธิการยุโรป กระตุ้นให้พระองค์พยายามทำให้ผู้คน และศาสนาใกล้ชิดกันมากขึ้น
ทางด้านนายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า ยูเอ็น และศาสนจักรโรมันคาทอลิกมีเป้าหมายร่วมกัน ในการสร้างเสริมสันติภาพ ความยุติธรรมในสังคม และสิทธิมนุษยชน กำจัดความยากจนและหิวโหย
ประธานาธิบดีคริสตินา เคิร์ชเนอร์ ของอาร์เจนตินา ให้ความเห็นว่า พระองค์มีภารกิจอันใหญ่หลวงในการสร้างความยุติธรรม เสมอภาค ภราดรภาพ และสันติภาพระหว่างมวลมนุษยชาติ และประธานาธิบดีดิลมา รูสเซฟฟ์ ของบราซิล ประเทศที่มีชาวคาทอลิกมากสุดในโลก กล่าวว่า บราซิลเฝ้ารอการมาเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในเดือนกรกฎาคมนี้
อย่างไรก็ตามสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันให้จัดการกับเรื่้องอื้อฉาวทางเพศของบรรดาบาทหลวง และหลีกเลี่ยงไม่ให้บาทหลวงอาวุโสช่วยกันปิดบังความผิด เครือข่ายผู้รอดพ้นจากการถูกล่วงละเมิดโดยบาทหลวงเตือนว่า มีบันทึกว่าบาทหลวงโรมันคาทอลิกมีปัญหาล่วงละเมิดเด็ก และกระตุ้นให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสใช้โอกาสอันสำคัญนี้ทำหน้าที่ป้องกันการอนาจารเด็ก





