ผู้กำหนดนโยบายจีนส่อเค้าเจอปัญหา หลังเงินเฟ้อสูงสุดรอบ 10 เดือน แต่ผลผลิตจากโรงงานและการใช้จ่ายผู้บริโภคอ่อนแอกว่าที่คาดไว้
การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึงของจีน น่าจะทำให้ผู้กำหนดนโยบายเจอปัญหาในการดำเนินนโยบาย โดยข้อมูลระบุว่าเงินเฟ้อเดือนก.พ.สูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ 3.2% แต่ผลผลิตจากโรงงานและการใช้จ่ายของผู้บริโภคอ่อนแอกว่าที่คาดไว้ โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.และก.พ.อยู่ที่ 9.9% ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนพ.ย. 2555
ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. เพิ่มขึ้น 21.2% หรือสูงที่สุดในรอบ 12 เดือน แต่ยอดขายปลีกโตเพียง 12.3% ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2547
นายซู เก๋า หัวหน้านักวิเคราะห์แห่งเอเวอร์ไบรต์ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่าข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัวพอประมาณและยังเปราะบาง ทั้งยังเผชิญความไม่แน่นอนมากมาย โดยความไม่แน่นอนมากสุดคือข้อมูลช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งโรงงานต่างๆ ปิดทำการเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ส่วนความเสี่ยงนั้นอยู่ที่การคุมเข้มนโยบายการเงิน เพื่อชะลอการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้า ก่อนที่กิจกรรมภาคอุตสาหกรรมและยอดขายปลีกจะเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากเมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจขยายตัวช้าที่สุดตั้งแต่ปี 2542
นายเหริน เซียนฟาง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งบริษัทที่ปรึกษาไอเอชเอสโกลบอลอินไซต์ ระบุว่าข้อมูลเศรษฐกิจเดือนม.ค.-ก.พ.ให้ภาพที่ค่อนข้างขัดกัน โดยข้อมูลอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อชี้ว่าอาจมีสัญญาณร้อนแรงเกิน แต่ข้อมูลอื่นอย่างการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับซบเซาอีกครั้งหนึ่ง





