"ฟิทช์ เรทติ้งส์" หั่นอันดับเครดิตอิตาลีจาก"A-" เป็น "BBB+" หลังไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังติดลบ
บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ แถลงเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) ว่า ได้ปรับลดระดับความน่าเชื่อถือด้านหนี้สาธารณะของอิตาลีลงมา 1 ระดับเป็น "BBB+" จากเดิม "A-" เหตุภาพรวมของประเทศยังติดลบ
ฟิทช์ ให้เหตุผลว่า ผลการเลือกตั้งของอิตาลีช่วง 24-25 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งยังหาข้อสรุปไม่ได้ ทำให้มีแนวโน้มว่าจะยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
การเลือกตั้งของอิตาลีก่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากไม่มีพรรคใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลเองได้ และหัวหน้าพรรคต่างๆต่างไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจาเพื่อร่วมรัฐบาล
แม้ว่าพรรคแนวร่วมกลาง-ซ้ายของ "ปิแอร์ ลุยจิ เบอร์ซานี" กวาดเสียงข้างมากในสภาล่าง (ส.ส.) แต่กลับไม่สามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ ทำให้นายเบอร์ซานีพบกับความยากลำบากในการหาข้อตกลงกับพรรค "ไฟว์สตาร์ มูฟเมนท์" เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
นอกจากนี้ การที่นายเบอร์ซานี ยังปฏิเสธที่จะจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคกลาง-ขวาของ "ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี" ซึ่งได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งไล่จี้มาเป็นอันดับสอง ได้ทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากเกรงว่าประเทศอาจต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่ในไม่ช้า
ฟิทช์ แจงว่า อิตาลีเป็นประเทศหนึ่งที่มีภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องหนักที่สุดในยุโรป และยังเตือนว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองรวมถึงปัญหาเรื้อรังที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อมาตรการปฏิรูปเชิงโครสร้างอาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจที่แท้จริงต่อไป
พร้อมกันนี้ ฟิทช์ คาดการณ์ว่า หนี้สาธารณะของอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้มากที่สุดในยูโรโซน อาจพุ่งสูงสุดไปอยู่ที่เกือบ 130% ของจีดีพี ย่ำแย่กว่าที่เคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 125% และยังเสริมว่า เศรษฐกิจของอิตาลีมีแนวโน้มที่จะหดตัวลง 1.8% ในปีนี้ หลังจากปีก่อนหดตัวไป 2.4% และรัฐบาลที่อ่อนแออาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและไม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงลบของเศรษฐกิจภายในหรือภายนอกประเทศได้
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสมาพันธ์ธุรกิจหลักของอิตาลีเคยออกมาเตือนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของประเทศในรอบ 50 ปี เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงหนักที่สุดของวิกฤติเศรษฐกิจ





