"โสมแดง" เตรียมเปิดศึกเต็มรูปแบบกับ "โสมขาว" ด้วยการยกเลิกสนธิสัญญาสันติภาพ พร้อมตัดการสื่อสารและปิดพรมแดน
"เกาหลีเหนือ" แถลงว่า กำลังดำเนินการยกเลิกสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามโจมตีระหว่างกันกับเกาหลีใต้ พร้อมทั้งปิดช่องทางสื่อสารตรงกับเกาหลีใต้และสั่งปิดพรมแดนระหว่างสองประเทศ
แถลงการณ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่จากกรณีโครงการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติเอกฉันท์สนับสนุนมาตรการที่ 2094 ในการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเป็นรอบที่ 4 โดยมาตรการนี้ เน้นไปที่การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทางการทูต การโอนเงินสด และการเข้าถึงสินค้าราคาแพง
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน นายฉิน กัง ออกแถลงการณ์สนับสนุนมาตรการของยูเอ็นและชี้แจงว่าเป็นการแสดงท่าทีอย่างเป็นกลางที่สุด เขากล่าวว่า จีนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ในความสงบและหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆที่อาจเพิ่มความตึงเครียด
ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีมติจากยูเอ็น รัฐบาลเกาหลีเหนือได้กล่าวหาสหรัฐว่าพยายามเปิดสงคราม สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือ รายงานคำแถลงของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือว่า "ตราบใดที่สหรัฐยังมีท่าทีว่าจะเปิดสงครามนิวเคลียร์ กองกำลังของเราก็มีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวเองด้วยการชิงโจมตีก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์"
ในแถลงการณ์ล่าสุด ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าวกระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือแห่งนี้ ระบุว่า ขณะนี้ทางการเกาหลีเหนือกำลังดำเนินการยกเลิกสนธิสัญญาสันติภาพกับเกาหลีใต้และปิดพรมแดน "ปันมุนจอม" ซึ่งตั้งอยู่กลางเขตปลอดทหารระหว่างสองเกาหลี อีกทั้งได้แจ้งไปยังเกาหลีใต้ว่าจะทำการตัดการสื่อสารตรงระหว่างสองประเทศทันที
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเตรียมไปเยี่ยมชมหน่วยทหารแนวหน้า ซึ่งเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระดมยิงปืนใหญ่ใส่เกาะเกาหลีใต้เมื่อปี 2553 โดยเขาจะไปกำชับให้ทหารหน่วยดังกล่าวเตรียมพร้อม "ทำลายล้างศัตรูของชาติ" ทุกเมื่อ





