ไอเอ็มเอฟขู่หั่นจีดีพีสหรัฐและเศรษฐกิจโลก หากมาตรการลดการใช้จ่ายโดยอัตโนมัติของสหรัฐมีผลบังคับใช้ในวันนี้
นายวิลเลียม เมอร์เรย์ โฆษกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า หากมาตรการลดงบประมาณรายจ่ายมีการบังคับใช้อย่างเต็มที่ ไอเอ็มเอฟมีแนวโน้มที่จะปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐลงอย่างน้อยที่สุด 0.5% จากปัจจุบันที่คาดไว้ที่ระดับ 2% ในปีนี้
"เราจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ แต่ทุกคนก็คาดว่า การปรับลดงบประมาณรายจ่ายโดยอัตโนมัติ (sequestration) กำลังจะมีผลบังคับใช้" นายเมอร์เรย์ กล่าวในการแถลงข่าว
คำเตือนของไอเอ็มเอฟในครั้งนี้มีขึ้น ในขณะที่ยุโรปยังคงเผชิญความยากลำบากกับผลกระทบของวิกฤติหนี้ ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงในประเทศตลาดเกิดใหม่ อาทิ จีน, อินเดียและบราซิล
ประธานาธิบดีบารัก โอบามาและผู้นำพรรครีพับลิกันยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่จะหลีกเลี่ยงการตัดงบรายจ่าย 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ได้ ตัวเลขคาดการณ์ที่มีการปรับทบทวนของไอเอ็มเอฟจะถูกสะท้อนในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของไอเอ็มเอฟซึ่งจะออกในกลางเดือนเม.ย. โดยรายงานครั้งก่อนในเดือนม.ค.คาดว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.5% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 4.1% ในปีหน้า
ไอเอ็มเอฟได้เรียกร้องให้สหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นคู่ค้าที่สำคัญของประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจอื่นๆ ให้ทำการบรรลุข้อตกลง เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับลดงบรายจ่ายลงอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้ว และอาจกระทบต่อตลาดการเงิน





