เจ้าหน้าที่เฟดเสียงแตกเรื่อง QE ระบุอาจชะลอหรือยุติการเข้าซื้อตราสารหนี้ก่อนการจ้างงานปรับดีขึ้น
รายงานการประชุมกำหนดนโยบายการเงินประจำวันที่ 29-30 ม.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเปิดเผยไปเมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนมองว่า เฟดอาจจำเป็นต้องชะลอหรือยุติมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ ก่อนที่การจ้างงานจะปรับตัวดีขึ้น
ในการประชุมวันที่ 29-30 ม.ค. เฟดตัดสินใจเข้าซื้อตราสารหนี้ต่อไปในอัตรา 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนจนกว่าแนวโน้มในตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี รายงานการประชุมที่ออกมาเมื่อวานนี้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่เฟดมีความกังวลต่อความเสี่ยงในมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และข่าวนี้ได้กดดันตลาดหุ้นสหรัฐให้ร่วงลงอย่างรุนแรง ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาทองดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนนับตั้งแต่เดือนก.ค.2012 ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการดิ่งลงของตลาดหุ้นสหรัฐ
นายมิลแลน มัลเรน จากบล.ทีดี เผยว่า รายงานการประชุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความเห็นของเฟดที่มีต่อการดำเนินนโยบายการเงินเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆตลอดเวลา และสะท้อนว่า สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด มีความเห็นขัดแย้งกันมากกว่าระยะเวลาใดๆในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ความเห็นที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินจะส่งผลให้นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่คำแถลงรอบครึ่งปีของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังคงเชื่อว่า เบอร์นันเก้และสมาชิกกลุ่มหลักใน คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินจะสนับสนุนนโยบายของเฟดในการเข้าซื้อสินทรัพย์ต่อไป





