ยอดส่งออก และนำเข้าสินค้าของจีนเดือนมกราคมพุ่งทะยานเหนือเมฆ ส่งสัญญาณความต้องการในประเทศแข็งแกร่ง เศรษฐกิจฟื้นตัวยาว
ส่งออกจีนขยายตัวเพิ่ม 25% จากปีก่อน ขณะที่ยอดนำเข้าไม่น้อยหน่าปรับตัวขึ้นพรวดพราด 28% ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าจีนพุ่งขึ้นไป 2.2 หมื่นล้าน เกิดความคาดหมายของตลาด
โดยยอดส่งออกไปสหรัฐเทียบปีต่อปีขยายตัวขึ้น 14.5% แข็งแกร่งสุดในรอบ 10 เดือนตามมาด้วยยอดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 5.2% สูงสุดในรอบ 13 เดือน
ส่งออกจีนไปยังประเทศเพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เพิ่มขึ้นแรง 48.6% คิดเป็นมูลค่า 2.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ไม่เฉพาะแต่ส่งออกเท่านั้นที่อู้ฟู่ ยอดนำเข้าสินค้าของจีนก็เฟื่องฟูไม่แพ้กัน แสดงให้เห็นถึงอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยนักเศรษฐศาสตร์จากยูบีเอส สาขาฮ่องกงมองว่า ยอดนำเข้าของจีนดูแข็งแรงเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนภาพให้เห็นสองอย่าง ได้แก่ หนึ่งอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความต้องการด้านการลงทุนแข็งแรงมากๆ ประการที่สอง บริษัทหลายแห่งสั่งของล่วงหน้าตุนไว้สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่จีน และสำหรับมีนาคม และเมษายน ซึ่งปกติเป็นฤดูการนำเข้าที่สูงที่สุด
ยอดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น 49.7% นำเข้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้น 36.5% และนำเข้าจากสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 20.7% นำเข้าจากไต้หวันทะยานไปถึง74.8% และนำเข้าจากออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 12.9% สบายกระเป๋ากันไปถ้วนหน้า
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ทั่วไปยังไม่ผลีผลามเชื่อถือตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแค่เดือนแรกเดือนเดียวแล้วปักใจมั่นใจเศรษฐกิจจีนฟื้นอย่างเต็มตัว หลังจากการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนเพิ่งดิ่งลงไปแตะ 7.8% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2542 แต่ชี้ให้เห็นว่าตัวเลขนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สังเกตได้จากยอดนำเข้าเหล็กที่เพิ่มขึ้น 79% นับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจจีนเติบโตต่ำสุด
นอกจากนี้ ดูเหมือว่าธนาคารกลางจีนเริ่มจับสัญญษณการฟื้นตัวได้ชัดเช่นกัน และเริ่มเฝ้าดูภ่าวะเงินเฟ้อจากการนำเข้าสินค้า โดยเหล่านักเศรษฐศาสตร์ต่างเชื่อว่าเงินเฟ้อจีนไตรมาสแรกยังเอาอยู่ และตลอดปี 56 คงไม่เกิน 3.5% ซึ่งเป็ฯระดับที่นักเศรษฐษสตร์คาดว่ารัฐบาลจะใช้เป็นเป้าเงินเฟ้อสำหรับปีนี้





