เวิลด์แบงก์ ระบุ บรรยากาศการลงทุนในพม่าดีขึ้น เหตุปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองเริ่มลดลง
เจ้าหน้าที่ธนาคารโลก ซึ่งเข้าพบประธานาธิบดีพม่า เต็ง เส่ง, ผู้นำฝ่ายค้าน อองซาน ซูจี และตัวแทนระดับสูงของรัฐบาลในสัปดาห์นี้ เปิดเผยว่า ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่กระทบบรรยากาศลงทุนในพม่าเริ่มลดน้อยลง
พวกเขา มองว่า ถึงแม้จะมีการปฏิรูปในปัจจุบัน แต่ปัญหาสำคัญๆ ยังคงมีอยู่พร้อมกับการประคับประคองขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ และความพร้อมในอนาคตสำหรับการขจัดอุปสรรคทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ อินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ คอร์ป “จิน-ยัง ไค” ซึ่งเป็นภาคเอกชนของธนาคารโลก กล่าวว่า “ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่กระทบบรรยากาศลงทุนในพม่าจะหมดไป เนื่องจากมีสัญญาณบวกจากฝ่ายการเมือง” แม้การสร้างศักยภาพเชิงสถาบันในพม่ายังไม่มั่นคงเท่าใดนัก
ธุรกิจหลายประเภทต้องเลิกกิจการ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานอันย่ำแย่ของพม่ารวมทั้งระบบไฟฟ้าที่ไม่มีความแน่นอน แม้กระทั่งในเมืองใหญ่ที่สุดและพัฒนามากที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติบางรายยังร้องเรียนเรื่องบัตรเครดิตของตนไม่สามารถใช้งานกับตู้เอทีเอ็มได้เนื่องจากการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังธนาคารของเจ้าของบัตรในต่างประเทศที่ล่มบ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางราย ยังกังวลว่า กระบวนการปฏิรูปประเทศของพม่าก้าวกระโดดเกินไปทั้งที่ยังมีประเด็นค้างคา ซึ่งอาจลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลพม่าและศักยภาพในการจัดการปัญหาที่ฝังรากลึกภายในประเทศ เช่น ความขัดแย้งต่อเนื่องกับกองกำลังกบฏคะฉิ่น โดยในสัปดาห์นี้ทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างหยั่งเชิงสงบศึก เตรียมเปิดการเจรจารอบแรกในเมืองรุ่ยลี่ของจีนซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนของพม่า
แหล่งข่าวในรัฐบาลพม่า เปิดเผยว่า บริษัทต่างชาติหลายรายได้เข้ามาสำรวจตลาดในประเทศอยู่หลายครั้ง แต่บางรายยังลังเลที่จะทุ่มเงินลงทุนก้อนโต เนื่องจากกังวลเรื่องความไม่ชัดเจนของกฎหมายที่ยังไม่เคยประกาศใช้
ทั้งนี้ ธนาคารโลก ซึ่งอนุมัติเงินกู้ให้พม่า 700 ล้านดอลลาร์ภายใน 20 เดือนข้างหน้า มีแผนลงทุนมหาศาลในธุรกิจโทรคมนาคมและระบบเชื่อมต่อไฟฟ้าด้วย





