นายใหญ่อีซีบีคาดเงินเฟ้อลดต่ำกว่า 2% พร้อมแนะจับตาค่าเงินยูโรแข็งค่า
ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) “มาริโอ ดรากิ” กล่าวภายหลังการประชุมว่า อัตราเงินเฟ้อของยุโรปมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าระดับเป้าหมาย 2% ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และเศรษฐกิจยุโรปจะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง เพราะได้แรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งตลาดการเงินที่ฟื้นตัวขึ้น และอุปสงค์ทั่วโลกที่เริ่มปรับฐานขึ้น
การแสดงความคิดเห็นของนายดรากิมีขึ้นหลังจากอีซีบีมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ นอกจากนี้ อีซีบีไม่ได้ประกาศใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายที่จะประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและรอดูโอกาสที่เหมาะสมก่อนที่จะเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรครั้งใหม่
นายดรากิ เผยว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของอีซีบีกำลังจับตาดูการแข็งค่าของสกุลเงินยูโรและผลกระทบที่จะมีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป
ทั้งนี้ นายดรากิ กล่าวเป็นเชิงส่งสัญญาณว่า แม้การแข็งค่าของสกุลเงินยูโรในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่การแข็งค่าของยูโรอาจทำให้อีซีบีต้องออกมาตรการรับมือ
"แม้อีซีบีไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน แต่ต้องยอมรับว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีความสำคัญอย่างมากต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและเสถียรภาพด้านราคา ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการอีซีบีจึงต้องจับตาความเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโรต่อไป ตราบใดที่เรายังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา" นายดรากิ กล่าว
นักวิเคราะห์ มองว่า การที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินเยน พร้อมกับแสดงความกังวลว่า การแข็งค่าของยูโรจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของ 17 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เพราะจะทำให้ราคาสินค้าส่งออกของกลุ่มประเทศอียูปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะบั่นทอนศักยภาพด้านการแข่งขันของอียูในตลาดการค้าโลก
ยูโรขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 15 เดือนที่ 1.3711 ดอลลาร์ในวันที่ 1 ก.พ. แต่ได้ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 1 สัปดาห์ที่ 1.3369 ดอลลาร์หลังจากนายดรากีแสดงความเห็นเมื่อวานนี้





