รมว.คลังฝรั่งเศสกังวลเงินยูโรแข็งค่า หวั่นกระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจฝรั่งเศส-ยูโรโซน พร้อมแนะปฏิรูประบบการเงินโลก
นายปิแอร์ มอสโควิชี รัฐมนตรีเศรษฐกิจและคลังฝรั่งเศส หยิบประเด็นการแข็งค่าของเงินยูโรขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง เพราะวิตกว่าการแข็งค่าของเงินยูโรจะกระทบการฟื้นตัวของฝรั่งเศสและเศรษฐกิจยูโรโซน พร้อมระบุว่าควรปฏิรูประบบการเงินโลก ซึ่งชัดเจนว่านายมอสโควิชีพาดพิงถึงสิ่งที่บางคนมองว่าบางประเทศจงให้ค่าเงินอ่อนค่าลงเพื่อจะได้ส่งออกสินค้าได้มากขึ้น
นายมอสโควิชีย้ำว่าการแข็งค่าของเงินยูโร เป็นผลจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ ความเชื่อมั่นที่กลับคืนมาในเศรษฐกิจยูโรโซน และนโยบายการเงินที่รุกกร้าวมากขึ้นในประเทศอื่น ซึ่งปัจจัยที่สองหมายความว่าต้องปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศ เพื่อรับรองถึงเสถียรภาพ อันเป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจโลก
เขายังกล่าวว่าปัญหาสำคัญสำหรับฝรั่งเศสคือมีการศักยภาพด้านการแข่งขันมากขึ้น ดึงอุตสาหกรรมขึ้นมา และไม่เพียงโอบอุ้มบริษัทปิโตรพลัสที่ล้มละลายไปเท่านั้น แต่ต้องปกป้องบริษัทอื่น และส่งเสริมนโยบายอุตสาหกรรมด้วย
นายมอสโควิชีประเมินว่าหากยูโรยังแข็งค่าในอัตราปัจจุบัน อาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของฝรั่งเศส หายไป 0.3% ในปีนี้
ล่าสุดเงินยูโรแข็งค่าขึ้นที่ 1.3567 ต่อดอลลาร์ จาก 1.3519 ต่อดอลลาร์ และแข็งค่าขึ้น 15% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม นายลุตซ์ คาร์โพวิตซ์ นักเศรษฐเศรษฐศาสตร์แห่งคอมเมิร์ซแบงก์ กล่าวว่าการที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 15% ตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลก พร้อมชี้ว่าบริษัทต่างๆ ชินกับค่าเงินยูโรในระดับปัจจุบัน
ทั้งนายมอสโควิชีและประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ต่างหยิบยกประเด็นการแข็งค่าของเงินยูโรขึ้นมา โดยนายออลลองด์กล่าวว่าไม่ควรปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินยูโรตกอยู่กับกลไกตลาดในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม นายเสตฟเฟน ซีเบิร์ต โฆษกรัฐบาลเยอรมนี กล่าวว่าเงินยูโรไม่แข็งค่ามากเกินไป และความพยายามดึงค่าเงินยูโรให้ลดลง จะไม่มีผลกระทบระยะยาวต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก
ทั้งนี้ ในยูโรโซนมีความเห็นแตกต่างกันระหว่างประเทศแถบเหนือของทวีป ซึ่งให้ความสำคัญกับการเข้มงวดงบประมาณกับความมีประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรม เพราะมองว่าสามารถแก้ไขวิกฤติหนี้ได้ ส่วนประเทศทางตอนใต้มองว่าปัญหาหนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ





