เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯรายหนึ่ง ระบุ สหรัฐฯต้องการเห็นทิศทางชัดเจนจากกลุ่มอียู เพื่อเดินหน้าเปิดเจรจาข้อตกลงด้านการค้าระดับทวิภาคี
สหรัฐฯ และอียู ซึ่งเป็นคู่พันธมิตรด้านการค้าที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเจรจาการค้ามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 เมื่อประธานาธิบดีบารัก โอบามาและอียูได้ร่วมกันตั้งคณะกรรมการชุดวิสามัญเพื่อหาข้อสรุปในประเด็นดังกล่าว
ล่าสุด คาเรล เดอ กุชท์ กรรมาธิการด้านการค้าของอียูอยู่ที่กรุงวอชิงตันเพื่อพูดคุยกับผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ รอน เคิร์ก รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายอื่นๆ เกี่ยวกับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการชุดวิสามัญ ซึ่งที่จริงแล้วควรจะส่งถึงทั้งสองฝ่ายตั้งแต่สิ้นปีที่ผ่านมา
ในรายงานที่เผยแพร่ออกมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนได้ระบุข้อเสนอแนะเบื้องต้นสำหรับการเจรจาบนเงื่อนไขของสัญญาการค้าที่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาของข้อเสนอแนะขั้นตอนสุดท้ายเพื่อสรุปการเจรจา ถึงแม้ว่า เดอ กุชท์ กล่าวว่าในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการจะมีข้อสรุปออกมา
ทั้งนี้ คาดว่าบรรดาผู้นำประเทศจาก 27 ประเทศสมาชิกในอียูเตรียมจะหารือถึงประเด็นการเปิดเจรจาการค้าและพิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการชุดวิสามัญในการประชุมภายในเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา สหรัฐฯมีข้อสงสัยต่อกฎเกณฑ์ของอียูที่ห้ามนำเข้าพืชผลจากสหรัฐฯ โดยตั้งข้อสังเกตว่าข้อห้ามดังกล่าวปราศจากข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ก่อนหน้านี้สหรัฐฯได้กดดันอียูให้ทบทวนข้อกังวลดังกล่าวโดยถือเป็นประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการเจรจาการค้า และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อียูได้ยกเลิกข้อห้ามนำเข้าสุกรและเนื้อวัวที่ใช้กรดแลคติคล้างเพื่อฆ่าเชื้อโรค
นอกจากนี้ อียูยังพิจารณาที่จะผ่อนปรนกฎเกณฑ์การนำเข้าไขมันสัตว์จากสหรัฐฯซึ่งใช้สำหรับทำเชื้อเพลิงชีวภาพอีกด้วย





