วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูอัดนโยบายการเงินเฟดต้นเหตุฉุดศก.มะกัน

กูรูด้านเศรษฐศาสตร์เปิดฉากวิพากษ์นโยบายการเงิน"เฟด"ต้นเหตุฉุดเศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำ

ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด "จอห์น เทย์เลอร์" วิพากษ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่า เพิกเฉยต่อความเป็นจริงที่ว่านโยบายการเงินของเฟดเองที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจของประเทศ

เทย์เลอร์ กล่าวว่า เฟดได้เข้าซื้อหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้น ขณะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ใกล้ 0% ไว้จนกว่าอัตราการว่างงานจะดีขึ้น

"นโยบายข้างต้น จะก่อให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมาก เป็นที่รู้กันว่า เมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นเฟดจะเปลี่ยนแนวทาง หันไปขายสินทรัพย์ที่ซื้อไว้ เพื่อป้องกันเงินเฟ้อ" เทย์เลอร์ ซึ่งเป็นอดีตรมช.คลังสหรัฐ กล่าว
พร้อมเสริมว่า ถ้าขายสินทรัพย์ช้าเกินไป เงินสำรองของเฟดที่ใช้ไปในการซื้อสินทรัพย์ในช่วงแรกจะเข้าสู่ภาค

ธนาคารและระบบเศรษฐกิจ แต่หากการขายสินทรัพย์เกิดขึ้นเร็วเกินไปหรือฉับพลัน ก็จะฉุดราคาพันธบัตรลงและหนุนให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นมากเกินไป ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะถดถอยในที่สุด
นับตั้งแต่เริ่มเกิดวิกฤตการเงิน เฟดใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณไปแล้ว 3 รอบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คิวอี1 คิวอี2 และคิวอี3 โดยมาตรการ 2 รอบแรกได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งเฟดได้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและเอ็มบีเอสกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ หนุนงบดุลบัญชีพุ่งขึ้นสู่ระดับสู่ราว 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ และจุดปะทุกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ นโยบายอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% ในปัจจุบันของเฟด ยังก่อให้เกิดการลงทุนที่น่ากังขา เมื่อนักลงทุน ซึ่งรวมถึงผู้เกษียณอายุและกองทุนบำเหน็จบำนาญ ต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากดอกเบี้ยที่ต่ำ

การแสดงความคิดเห็นศาสตราจารย์จากสแตนฟอร์ดครั้งนี้ มีขึ้นก่อนที่เฟดจะแถลงมติการประชุมกำหนดนโยบายที่จะสิ้นสุดในวันพุธตามเวลาสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์ คาดว่า เฟดจะยังคงตรึงดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป