วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอร์แลนด์เตือนหากเจรจาอีซีบีล้มเหลวประเทศแย่หนัก

รองนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์เตือน หากไอร์แลนด์ล้มเหลวในการทำข้อตกลงกับธนาคารกลางยุโรป ถึงเรื่องหนี้ธนาคารรายใหญ่ๆ อาจเกิดหายนะกับประเทศ

นายเอมอน กิลมอร์ รองนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) และละตินอเมริกาว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไอร์แลนด์ และธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี จะต้องทำข้อตกลงที่เหมาะสม ในการปรับกำหนดการณ์ชำระหนี้ของธนาคารรัฐบาล ที่แหล่งข่าววงในเผยว่า อีซีบีได้ปฏิเสธข้อเสนอที่จะแก้ไขปัญหานี้ของไอร์แลนด์ไป


นายกิลมอร์ ระบุว่า หาก 2 ฝ่ายล้มเหลวที่จะบรรลุข้อตกลงในเรื่องหนังสือสัญญาชำระหนี้ ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างหนักต่อไอร์แลนด์ โดยรัฐบาลดับลิน พยายามหลีกเลี่ยงที่จะจ่ายเงินจำนวน 3,100 ล้านยูโร ต่อปี จนถึงปี 2566 ตามหนังสือสัญญาชำระเงิน ที่ทางรัฐบาลได้ออกไว้เป็นการค้ำประกันธนาคารแองโกล ไอริช ที่ล้มไป และเสนอที่จะแปลงตราสารหนี้ดังกล่าวเป็นพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวแทน

แหล่งข่าววงในการเจรจาเผยด้วยว่า สมาชิกสภาบริหารอีซีบี ได้มีการหารือถึงแผนการดังกล่าวเป็นครั้งแรก ระหว่างการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของรัฐบาลไอร์แลนด์ จะเข้าข่ายเป็นการสนับสนุนการเงินในเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นข้อห้ามตามสนธิสัญญาอียู ภายใต้มาตรา 123

ขณะแหล่งข่าวอีกรายหนึ่งเผยว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา ต้องการหาทางออกในเรื่องดังกล่าวให้ได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งเป็นเวลาครบกำหนดชำระหนี้งวดต่อไป โดยเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลไอร์แลนด์ได้เลื่อนการชำระหนี้เงินสดจำนวน 3,100 ล้านยูโรออกไป ภายใต้การจัดการที่ซับซ้อน และมีการแปลงหนี้ที่ต้องชำระจำนวนดังกล่าว ออกเป็นพันธบัตรระยะ 13 ปีแทน

ก่อนหน้านี้ นายเอนดา เคนนี นายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การได้ผ่อนผันชำระหนี้ตามหนังสือสัญญาข้างต้น ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับไอร์แลนด์ ในการที่จะกลับไปสู่เศรษฐกิจรูปแบบตลาดอย่างเต็มตัวได้ภายในปีนี้ หลังโครงการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินจากอียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หมดอายุลง

ทั้งนี้ ไอร์แลนด์ ระดมทุนมาได้แล้วถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ ตามเป้าที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้ เพื่อการหาเงินที่จำเป็นสำหรับการใช้จ่ายของภาครัฐหลังสิ้นสุดการเข้ารับการอัดฉีดจากอียู และไอเอ็มเอฟในปีหน้า