กลุ่มต่อต้านรัฐบาลอิรักปะทะเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย เจ็บกว่า 60 คน นับเป็นการสูญเสียครั้งแรก หลังไม่มีการประท้วงนาน 1 ด.
เหตุรุนแรงเกิดขึ้นใกล้เมืองฟาล์ลูจาห์ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่มั่นของกลุ่มอัลไกด้า ที่อยู่ห่างจากกรุงแบกแดดไปทางตะวันตกราว 65 กิโลเมตร เมื่อวานนี้ จากกลุ่มคนที่ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล
เหตุปะทะเริ่มต้นขึ้น เมื่อกองกำลังทหาร ห้ามปรามผู้คนไม่ให้เข้าไปร่วมกับการประท้วงของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และก่อเหตุประท้วง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังเข้าปราบ จนเป็นเหตุให้มีกลุ่มผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย เจ็บอีกกว่า 60 คน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า มือปืนได้ยิงโจมตีกองกำลังที่จุดตรวจ สังหารทหาร 2 นาย
และมียานพาหนะของกองทัพอย่างน้อย 1 คนถูกจุดชนวนระเบิดขึ้น อีกทั้งมือปืนหลาย 10 คน ได้เข้าครอบครองถนนสายหนึ่ง พร้อมทั้งเริ่มขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะต้องประกาศเคอร์ฟิวในเมืองที่เกิดเหตุ และต้องยิงกระสุนขึ้นฟ้า เพื่อหวังให้เหตุรุนแรงสงบลง และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งนับเป็นการประท้วงที่รุนแรง และเป็นการสูญเสียเลือดเนื้อจากการประท้วงครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ หลังเกิดเหตุครั้งล่าสุดในกรุงแบกแดด
จากเหตุการณ์ปะทะครั้งล่าสุดนี้ ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่า การสูญเสียที่เกิดขึ้นจะสร้างความตึงเครียดระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงนิกายซุนนี และรัฐบาลที่นำโดยนิกายชีอะห์ เพิ่มมากขึ้นไปอีก กลุ่มผู้ประท้วง ไม่พอใจการปกครองของรัฐบาล ที่มองชาวนิกายซุนนี ว่าเป็นกลุ่มชนชั้น 2 ของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีโนรี มาลิกิ ซึ่งเป็นชาวนิกายชีอะห์ ลาออก





