สภายุโรปลงคะแนนเสียงเพิ่มมาตรการความโปร่งใสสำหรับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งอาจถูกตำหนิว่ามีส่วนทำให้วิกฤติหนี้ยูโรโซนเลวร้ายลง
สภายุโรปลงคะแนนเสียง 579 ต่อ 58 เสียง ให้เพิ่มความโปร่งใสสำหรับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หลังจากสมาชิกสภายุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรปเจรจากันเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ให้มีการเข้มงวดกฎระเบียบ ซึ่งแม้กฎที่ผ่านความเห็นชอบจะมีการแก้ไขให้เบาบางลงแล้ว แต่ก็ยังมีบทลงโทษอยู่
กฎระเบียบใหม่ระบุให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ มูดีส์ และฟิตช์ จะต้องเปิดกว้างมากขึ้นและอาจเผชิญข้อกฎหมายหากพบว่ามีความผิดพลาดในการทำงาน
นายมิเชล บาร์นิเยร์ กรรมาธิการด้านตลาดภายในของสหภาพยุโรป (อียู) แถลงว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะปรับปรุงคุณภาพของการจัดอันดับขึ้นได้มาก เพราะบริษัทจัดอันดับจะต้องมีความโปร่งใสมากขึ้นในการจัดอันดับประเทศต่างๆ และจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น อันจะทำให้บริษัทเหล่านี้มีความผิดหากละเลยหรือจงใจ
นอกจากนั้น กฎระเบียบใหม่ยังน่าจะทำให้มีการแข่งขันมากขึ้นในอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทรายใหญ่เพียง 3 แห่งครอบงำอยู่ รวมถึงลดอิทธิพลของบริษัทเหล่านี้, ขจัดผลประโยชน์อันทับซ้อน และทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องรับผิดชอบในทางกฎหมาย
การปรับเปลี่ยนกฎให้เข้มงวด มีขึ้นหลังจากยุโรปแสดงความไม่พอใจที่ถูกลดอันดับหลายครั้ง ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวิกฤติยูโรโซน อันยิ่งทำให้ประเทศต่างๆ ประสบปัญหามากขึ้นในการพยายามสร้างเสถียรภาพทางการเงิน เพราะการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งถูกลดอันดับ ทำให้ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น อันเป็นการเพิ่มภาระในช่วงที่ตลาดการเงินลังเลที่จะปล่อยกู้ให้ประเทศที่อ่อนแอในยูโรโซน
ด้านบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือกล่าวปกป้องตัวเองว่ามีบทบาทสำคัญ และช่วยนักลงทุนในการประเมินความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม มีผู้วิจารณ์ว่าบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเหล่านี้อาศัยจังหวะในช่วงที่เกิดความปั่นป่วน สร้างความผันผวนด้วยการปรับเปลี่ยนการประเมินอันดับในจังหวะเวลาสำคัญช่วงที่รัฐบาลของยูโรโซนกำลังเผชิญวิกฤติหนี้





