เยอรมนีประกาศนำทองคำกลับประเทศ 700 ตันหลังหมดยุคสงครามเย็น และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินติงจัดเก็บไม่เหมาะสม
เยอรมนี เตรียมนำทองคำหนักเกือบ 700 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 36 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเก็บไว้ที่กรุงปารีส และมหานครนิวยอร์ก กลับมาเก็บไว้ที่แฟรงเฟิร์ต ศูนย์กลางการเงินของประเทศ ภายในปี 2563
ความเคลื่อนไหวข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของธนาคารกลางเยอรมนี หรือบุนเดสแบงก์ ที่ต้องการนำทองคำสำรองกลับประเทศหลังจากเก็บรักษาไว้นอกประเทศในยุคสงครามเย็นกับสหภาพโซเวียต
ในช่วงสงครามเย็น เยอรมนีเก็บทองคำส่วนใหญ่ไว้ในต่างประเทศ เนื่องจากกลัวว่าจะตกอยู่ในมือของสหภาพโซเวียตหากประเทศถูกรุกราน ขณะที่อีกเหตุผลหนึ่ง คือ เก็บโลหะมีค่าไว้ใกล้กับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรุงลอนดอน กรุงปารีส และมหานครนิวยอร์ก ที่ซึ่งมีการซื้อขายทองคำ
ตัวแทนบุนเดสแบงก์ อธิบายว่า หลังจากทั้งฝรั่งเศสและเยอรมนี เปลี่ยนไปใช้เงินยูโรมากกว่า 10 ปี การเก็บทองเพื่อแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป
ทั้งนี้ หลังการเคลื่อนย้ายเสร็จสมบูรณ์ ทองคำสำรองของเยอรมนี ซึ่งมีทั้งหมด 3,400 ตัน และคิดเป็นมูลค่าในปัจจุบันราว 1.83 แสนล้านดอลลาร์ จะถูกเก็บไว้ที่แฟรงเฟิร์ต 50% นิวยอร์ก 37% และลอนดอน 13%
การตัดสินใจนำทองคำบางส่วนกลับประเทศในครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นเนื่องจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเยอรมนีได้ออกมาวิจารณ์เมื่อปีที่แล้วว่า บุนเดสแบงก์จัดเก็บทองคำสำรองไม่เหมาะสม และเสนอให้ตรวจสอบทองคำที่เก็บไว้ในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ
ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2541-2544 บุนเดสแบงก์ เคยเคลื่อนย้ายทองคำหนักประมาณ 850 ตันจากกรุงลอนดอนกลับประเทศ





