ผู้ผลิตเบอร์เกอร์เนื้อในไอร์แลนด์ เรียกคืนเบอร์เกอร์ 10 ล้านชิ้น หลังมีการเปิดโปงเรื่องการใช้เนื้อม้า
ซิลเวอร์ครีสต์ ฟู้ดส์ ผู้ผลิตเบอร์เกอร์เนื้อรายใหญ่ที่สุดอันดับสองของไอร์แลนด์ ได้เรียกคืนเบอร์เกอร์จำนวน 10 ล้านชิ้น จากบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไอร์แลนด์และอังกฤษ เมื่อวันพุธ ()17 ม.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกว่าอาจมีเนื้อม้าปะปนอยู่ และแม้ว่าจะไม่พบว่ามีอันตรายต่อสุขภาพของสาธารณชน แต่ก็อาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจผลิตเนื้อ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในภาคการเกษตรของไอร์แลนด์
ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดัง ได้แก่ เซนสบิวรี่ , อัสด้า และโค-ออพ ต่างเก็บเบอร์เกอร์เนื้อแช่แข็งออกจากชั้นวางจำหน่าย ภายใต้มาตรการปลอดภัยไว้ก่อน ส่วนฟาสต์ฟู้ดส์ชื่้อดังที่มีสาขาในหลายประเทศอย่างเบอร์เกอร์ คิง ก็ถอดเบอร์เกอร์เนื้อออกจากเมนูเช่นกัน เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มาจากซิลเวอร์ครีสต์ ฟู้ดส์ ที่กำลังตกเป็นศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาวใช้เนื้อม้าผสมในเนื้อที่ใช้ทำเบอร์เกอร์
การเรียกคืนเบอร์เกอร์เนื้อ 10 ล้านชิ้น ได้มีขึ้นหลังเกิดเรื่องอื้อฉาว เมื่อสำนักงานควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารของไอร์แลนด์ ตรวจพบดีเอ็นเอของม้าในเนื้อที่ใช้ทำเบอร์เกอร์ หรือเบอร์เกอร์คิง ได้ยืนยันว่า ซื้อเนื้อที่ใช้ทำเบอร์เกอร์จากซิลเวอร์ครีสต์ ฟู้ดส์ แต่มั่นใจอย่างยิ่งว่า เบอร์เกอร์ที่จำหน่ายไม่มีเนื้อม้าปนอยู่อย่างแน่นอน
เมื่อคืนที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษและสำนักงานควบคุมมาตรฐานด้านอาหารของอังกฤษ ประกาศว่า จะทำการสำรวจอย่างกว้าง ๆ เกี่ยวกับกระบวนการผลิตเบอร์เกอร์และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ที่ทำจากเนื้อ การเปิดเผยเรื่องนี้ ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจและความรู้สึกขยะแขยง ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเอบีพี ฟู้ดส์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นเจ้าของจากซิลเวอร์ครีสต์ ฟู้ดส์ ที่ผลิตเนื้อสำหรับเบอร์เกอร์ ป้อนให้กับ ห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่อย่าง เทสโก , อัสด้า ,เซนสบิวรี่ และเบอร์เกอร์ คิง กำลังเผชิญกับการถูกฟ้องร้องฐานทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ระบุว่า ประชาชนในประเทศของเรา บังเกิดความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกเขาวิตกว่า เบอร์เกอร์เนื้อที่พวกเขาซื้อไปจะทำด้วยเนื้อม้า มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เขายังเตือนไปยังบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านต่างๆ ด้วยว่า ที่สุดแล้ว พวกเขาก็จะต้องรับผิดชอบในสินค้าที่ขาย รวมถึงแหล่งที่มาของพวกมันด้วย
นอกจากเนื้อม้าแล้ว ยังมีเรื่องอื้อฉาวที่ชี้ว่า บริษัทในเครือของเอบีพี มีส่วนผสมลับที่เชื่อว่าจะเป็นผงโปรตีน ที่นำเข้าจากบริษัทต่างชาติสองแห่ง คือ สเปนและเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำมาใส่ในเบอร์เกอร์ราคาถูก ที่เชื่อว่า ผลิตจากซากสัตว์ที่เลี้่ยงไว้เพื่อเอาเนื้อมาทำอาหาร และการเปิดเผยเรื่องนี้ ยิ่งน่ารังเกียจมากขึ้่น เมื่อพบว่า มีการใช้ส่วนผสมเพื่อปรุงแต่งรสชาติ เพื่อทำให้อาหารที่ไร้รสชาติและผลิตจากเนื้อราคาถูก มาจำหน่ายให้ครอบครัวที่ต้องประหยัดการใช้จ่าย
แม้ว่าจะมีความพยายามเล่นงานทางกฎหมายต่อบริษัทที่เป็นต้นตอของเรื่อง แต่ก็พบว่าการละเมิดกฎเกณฑ์เรื่องการติดฉลาก ระบุส่วนผสมอาหาร มีโทษปรับเพียง 2 หมื่นปอนด์และจำคุก 2 ปี





