วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือกตั้ง'เยอรมนี-อิตาลี'จุดชี้ชะตาวิกฤตยูโรโซน

การเลือกตั้งในปีนี้ีของสองประเทศยักษ์ใหญ่ในยูโรโซนอย่างเยอรมนีและอิตาลี ได้สร้างอิทธิพลต่อการเมืองในภูมิภาค

รวมไปถึงความซับซ้อนในการแก้ไขปัญหาการใช้สกุลเงินเดียวกันในขณะที่กลุ่มประเทศสมาชิกยูโรโซนกำลังก้าวเขาสู่ปีที่สี่ในการเผชิญกับวิกฤตหนี้สาธารณะ และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในกรีซกับสเปนที่ยังคงดำเนินต่อไป ความสามารถในการจัดการและเยียวยาปัญหาเศรษฐกิจในภูมิภาคกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก รวมไปถึงการสร้างความมั่นใจต่อการคงอยู่ของสกุลเงินยูโร

จากประกาศเกี่ยวกับการกลับมาของนายซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีของอิตาลี ได้ทำให้นักการเมืองและตลาดต่างๆ ทั่วยุโรปเกิดความกังวล ในขณะที่นายมาริโอ มอนติ ซึ่งลาออกเมื่อเดือนที่แล้ว ได้เผยร่างแผนงานของเขาในการคุมฝ่ายนิติบัญญัติจากผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคร่วม โดยการเลือกตั้งในอิตาลีจะมีขึ้นในช่วงวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์นี้

และตามมาในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม จะเป็นตาของเยอรมันในการจัดการเลือกตั้ง นักวิเคราะห์กล่าวว่า นางแองเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สาม มีแนวโน้มลำบากใจกับการต้องเริ่มลงมือเพื่อหาทางแก้ไขให้แก่วิกฤตที่เกิดขึ้นในยุโรป ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเงินของผู้เสียภาษีชาวเยอรมัน และคะแนนเสียงต่อพรรคอนุรักษ์นิยมของเธอ ทั้งนี้นโยบายของพรรคการเมืองในเยอรมนีล้วนมีความคล้ายคลึงกันหมด

คนทำงานและธุรกิจในยุโรปต่างโดนพิษเศรษฐกิจกับถ้วนหน้า และในปีนี้มีทีท่าว่าจะแย่ลง แม้ว่าธนาคารกลางยุโรปหวังจะสร้างความมั่นคงให้แก่สถานการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจโลกก็ตาม ผู้ตรวจตราหลายคน กล่าวว่า หากต้องการที่จะฟื้นตัว ยุโรปจะต้องลดหนี้สินของกรีซที่ไม่สามารถจ่ายได้ สร้างสหภาพธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถควบคุมสถานการณ์ทางการเงินที่รัดตัว และทบทวนนโยบายเคร่งครัดที่ทำให้เกิดภาวะถดถอยรอบสองในกลุ่มยูโรโซน

ถึงแม้ว่าประเทศอย่างกรีซและสเปนจะต้องเผชิญกับปัญหา อย่างเช่น การว่างงาน แต่ในทางกลับ เยอรมนีกลับมีอัตราการจ้างงานอยู่ในระดับเกือบสูงสุดตั้งแต่รวมประเทศอีกครั้ง ครัวเรือนต่างๆ ก็ไม่ได้รู้สึกถึงการชะลอทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยนำยุโรปไปสู่ความมั่นคง และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมนางแมร์เคลถึงเป็นที่นิยมในเยอรมัน แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศทางตอนใต้ของยุโรปกลับไม่พอใจเธอ โดยโทษหาเธอทำให้พวกเขาต้องลดค่าใช้จ่ายของตน

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า จากผลสำรวจความคิดเห็น พรรคอนุรักษ์นิยมของนางแมร์เคลได้รับเสียงสนับสนุนมากถึง 40% ทำให้มีแนวโน้มที่จะได้รับการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากความอ่อนแอของพรรคฟรี เดโมแครตส์พรรคร่วมฯ ในปัจจุบัน ทำให้มีข้อกังขาเกี่ยวกับพรรคร่วมฯ ในสมัยหน้า

ขณะที่ในการเลือกตั้งของอิตาลครั้งนี้ กลายเป็นครั้งที่สำคัญที่สุดยุคหลังสงคราม หลังจากการเข้ามาบริหารประเทศอย่างฉุกเฉินของกลุ่มนักวิชาการ นำโดยนายมาริโอ มอนติ ความหวาดวิตกเกี่ยวกับการคลี่คลายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้ลดลง แต่ทว่าเศรษฐกิจก็ยังคงตกต่ำอยู่ ประชาชนอิตาลีจำนวนมากเบื่อหน่ายกับการต้องรัดเข็มขัด ซึ่งเป็นแนวทางของนายมอนติ และการว่างงาน

ผู้นำกลุ่มยูโรโซนและตลาดต่างๆ กำลังหวังให้มีความมั่นคงต่อเนื่อง โดยอิตาลีจะต้องระวังไม่ให้ความน่าเชื่อถือของเงินลงทุนที่นายมอนติสั่งสมเอาไว้หายไป และในสายตาของประเทศในยุโรปและตลาดทางการเงิน การรักษาความเชื่อมั่นเอาไว้จะเป็นไปได้หากนายมอนติได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำ ซึ่งเป็นบทบาทศูนย์กลางทางการเมืองอิตาลี

รายชื่อผู้ที่จะลงแข่งเลือกตั้งในอิตาลียังคงไม่ชัดเจน แต่นายมอนติเสนอว่าเขาจะทำงานร่วมกับพรรคร่วมฯ ซึ่งยอมรับแนวทางในการฟื้นฟูประเทศของเขาได้ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจในขณะนี้ นายปีแอร์ ลุยจิ เบอร์ซานี หัวหน้าพรรคเดโมเครติค กำลังมีคะแนนนำอยู่ โดยเขาสัญญาว่าจะดำเนินรอยตามแผนงานของนายมอนติในเรื่องของการใช้มาตารการรัดเข็มขัดและการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างเปิดกว้าง

อันตรายสำหรับอิตาลีและยุโรป คือ การที่สภาไม่สามารถออกกฎหมายได้ ผลสรุปที่ได้จากการตัดสินใจอันไม่แน่นอนอาจจะนำไปสู่การเลือกตั้งซ้ำ ซึ่งจะยืดเวลาความไม่มั่นคง และทำให้การรวมเศรษฐกิจเข้มแข็งของกลุ่มยูโรโซนต้องช้าลง