วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนเผยเอฟดีไอช่วง 7 เดือนแรกหด3.6%

จีนเผยเอฟดีไอช่วง 7 เดือนแรกหด3.6% ขณะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

กระทรวงพาณิชย์ของจีน เปิดเผยว่า ปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ของประเทศลดลง 3.6% สู่ระดับ 6.67 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ เกิดวิกฤติการเงินโลก และเป็นสัญญาณล่าสุด ที่แสดงถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

จีนได้รับเอฟดีไอ คิดเป็นมูลค่า 6.67 หมื่นล้านดอลลาร์ระหว่าง เดือนม.ค.-ก.ค. ขณะที่เอฟดีไอ ในเดือนก.ค.มีมูลค่า 7.6 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 8.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ปริมาณการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจต่างๆราว 40 กลุ่มในจีน ลดลง 9.3% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ แต่นายเสิ่น ตันหยาง โฆษกกระทรวง ไม่ได้แสดงความกังวลต่อข้อมูลดังกล่าว

"เอฟดีไอ ในภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมที่มีประสิทธิผล" นายเสิ่น กล่าว

จีน ได้จัดการกับการลงทุนแบบเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 2 ปีแล้ว เพื่อทำให้ราคาบ้านลดลงสู่ระดับที่นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าระบุว่า "เป็นระดับที่สมเหตุสมผล" หลังจากที่ราคาพุ่งเกินกว่าความสามารถในการซื้อของกลุ่มชนชั้นกลางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

นายเวิน ประกาศว่าจะดำเนินมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อไป แม้เศรษฐกิจชะลอตัวลงก็ตาม และนักวิเคราะห์กล่าวว่า การผ่อนคลายข้อจำกัด จะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วน 13.6% ของจีดีพีในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

ปริมาณการลงทุนจากสหภาพยุโรปลดลง 2.7% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ สู่ระดับ 4.0 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการลงทุนของบริษัทสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.0% สู่ระดับ 2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณเอฟดีไอ จากประเทศในเอเชีย ลดลงเช่นกันเมื่อเทียบรายปี โดยการลงทุนจากประเทศชั้นนำ 10 อันดับแรกของเอเชีย ซึ่งรวมถึงฮ่องกง,ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ลดลง 3.8% ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ สู่ระดับ 5.73 หมื่นล้านดอลลาร์

จีน ได้รับเอฟดีไอ คิดเป็นมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ 1.16 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว และกระทรวงตั้งเป้าที่จะดึงดูดเอฟดีไอ โดยเฉลี่ยที่ 1.20 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีในอีก 4 ปีข้างหน้า