‘สหรัฐ-จีน’ เคาะลิสต์ลดภาษี 6 หมื่นล้าน 77 รายการจีน แลก 1,619 สินค้าสหรัฐ เน้น ‘สินค้าไม่อ่อนไหว’ หลบประเด็นร้อน
KEY POINTS
- สหรัฐ และจีนได้เปิดเผยรายละเอียดแผนการลดภาษีสำหรับสินค้านำเข้าของแต่ละฝ่าย ฝ่ายละประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
- บัญชีรายการสินค้าที่จีนจะส่งเข้าไปยังสหรัฐมีจำนวน 77 รายการ ในขณะที่สินค้าจากสหรัฐที่จะส่งเข้าจีนมีจำนวนถึง 1,619 รายการ
- การผ่อนปรนภาษีครอบคลุมมูลค่าการค้าระหว่างกันรวม 6 หมื่นล้านดอลลาร์
บลูมเบิร์นกรายงานว่า สหรัฐ-จีน ได้แจกแจงรายละเอียด “ข้อตกลงปรับลดภาษีศุลกากร” สำหรับสินค้านำเข้าจากแต่ละประเทศ ประเทศละประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ นับเป็นก้าวสำคัญของชาติมหาอำนาจทั้งสองในการฟื้นฟูเสถียรภาพความสัมพันธ์ ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง”
77 รายการจีน แลก 1,619 สินค้าสหรัฐ
ตามเอกสารทางการที่เผยแพร่โดยรัฐบาลทั้งสองฝ่าย ระบุว่า รายการสินค้าที่ได้รับการลดหย่อนภาษีเพื่อนำเข้าไปยังสหรัฐมีทั้งสิ้น 77 รายการ ซึ่งรวมถึง ดอกไม้ไฟ ของใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์กีฬา และของเล่น
ในส่วนของสินค้าที่เตรียมนำเข้าไปยังประเทศจีน มีจำนวนถึง 1,619 รายการ ซึ่งครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม ธัญพืช ถ่านหิน ไม้แปรรูป และอุปกรณ์ทางการแพทย์
การผ่อนปรนภาษีสำหรับการค้าทวิภาคีมูลค่ารวม กว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ ถือเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาที่ได้จากการเดินทางเยือนสหรัฐของสี จิ้นผิง เมื่อสัปดาห์ก่อน แม้ว่าตัวเลขนี้จะคิดเป็นเพียงสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าสินค้ารวมระหว่างสองชาติเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่เคยสูงถึง 4.15 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมาก็ตาม
ทั้งสองฝ่ายได้ขยายระยะเวลาการพักรบทางการค้าออกไปจนถึงเดือนม.ค. เพื่อผลักดันข้อตกลงอื่นๆ ก่อนที่จะมีการประชุมร่วมกันอีก 2 ครั้ง ระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ท่ามกลางข้อพิพาทใหญ่ด้านการควบคุมการส่งออกและประเด็นไต้หวันที่ยังไม่คลี่คลาย
การค้าสินค้าในกลุ่มที่ไม่มีความอ่อนไหวจึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ยังสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้
‘หุ้นจีน’ ขานรับดีลครั้งนี้
หลังจากรายละเอียดการลดภาษีถูกเผยแพร่ออกมา หุ้นของกลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในจีนปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยหุ้น Joyoung Co. พุ่งชนเพดานจำกัดการขึ้นสูงสุดที่ 10% ในตลาดเสินเจิ้น และหุ้น Bear Electric Appliance ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 9.5%
ทางการจีนระบุว่า การปรับลดภาษีนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้พร้อมกันทั้งสองฝ่าย หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายภายในประเทศของแต่ละฝ่ายเรียบร้อยแล้ว
ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุในแถลงการณ์ว่า "ข้อตกลงนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-สหรัฐมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นการระบุเงื่อนไขที่ดีสำหรับการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องของจีนไปยังสหรัฐอีกด้วย"
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุเสริมว่า ประมาณ 90% ของสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงต่างตอบแทนนี้ จะได้รับการปรับลดภาษีลงมาให้กลับมาจ่ายภาษีในอัตราปกติเท่าที่เพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น ๆ ในโลกจ่าย
เจรจา ‘สินค้าไม่อ่อนไหว’ หลบฉากประเด็นร้อน
ด้านนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้อธิบายว่า รายการสินค้าที่ถูกคัดเลือกมานี้เป็น "สินค้าที่ไม่จัดว่ามีความอ่อนไหว" จึงมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดีขึ้น
พร้อมกล่าวว่าข้อเสนอนี้จะช่วยเปิดตลาดให้สินค้าเกษตรและเครื่องมือแพทย์สหรัฐ สามารถเข้าสู่จีนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดอุปสรรคทางภาษีให้แก่สินค้าของใช้ในบ้านและของเล่นจากจีน
กรีเออร์ระบุเพิ่มเติมว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดให้แก่สินค้าส่งออกของสหรัฐไปยังจีนได้ประมาณ 30% ควบคู่ไปกับการมอบประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคในสหรัฐผ่านการนำเข้าของใช้ในครัวเรือน ของเล่น และสินค้าอื่น ๆ จากจีน ซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐมักไม่ได้นำเข้าจากแหล่งผลิตอื่นอยู่แล้ว"
ปลดล็อกโควตา ‘เกษตร–ถ่านหิน’
รัฐบาลปักกิ่งเปิดเผยว่า ภาษีนำเข้าถ่านหินจากสหรัฐจะถูกรวมอยู่ในกรอบความร่วมมือนี้ด้วย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจัดซื้อถ่านหินของจีนในปี 2027 และ 2028
ทั้งนี้ ทำเนียบขาวเคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า จีนได้ตกลงที่จะนำเข้าถ่านหินสหรัฐ อย่างน้อย 10 ล้านตันในปีหน้า และนำเข้าในจำนวนเท่ากันนี้อีกครั้งในปี 2028
ขณะเดียวกันธัญพืชหลัก เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าวฟ่าง เป็นหนึ่งในรายการสินค้าส่งออกทางการเกษตรที่จะได้รับการปรับลดภาษี
การลดภาษีดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้จีนบรรลุเป้าหมายการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐมูลค่าอย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่อปีไปจนถึงปี 2028 นอกเหนือจากคำสัญญาที่จะซื้อถั่วเหลืองปีละ 25 ล้านตัน
อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าของเป้าหมาย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์นี้เป็นไปค่อนข้างล่าช้านับตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์ประกาศไว้หลังการประชุมสุดยอดเมื่อเดือนพ.ค. โดยบรรดาผู้ค้าต่างจับตาว่าการปรับลดภาษีจากการหารือที่วอชิงตัน ดี.ซี. รอบนี้ จะเป็นแรงกระตุ้นรอบใหม่ให้เกิดการสั่งซื้อจริง





