เปิดสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น หลังสหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่าน ส่งผลให้ความเสี่ยงในตลาดน้ำมันเพิ่มขึ้น จากการสู้รบในช่องแคบฮอร์มุซที่กลับมาอีกรอบ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นหลังการสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ตอกย้ำความเสี่ยงต่อการไหลเวียนของน้ำมันจากตะวันออกกลาง หลังหลายเดือนแห่งความขัดแย้ง
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ปรับขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันจันทร์ (31 ส.ค.69) ขณะที่เวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กองทัพสหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านที่เตรียมปล่อยทุ่นระเบิดลงช่องแคบเมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.69) ตามคำกล่าวของกัปตัน ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ ถือเป็นการยุติความสงบชั่วคราวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
น้ำมันดิบกำลังปิดฉากเดือนที่มีความผันผวนสูง โดยสัญญาเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบกว้างเกือบ 17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลอดเดือนราคาน้ำมันเหวี่ยงขึ้นลงจากความพยายามที่หยุดๆ ติดๆ ในการยุติการสู้รบ รวมถึงคำมั่นของวอชิงตันว่าจะพยายามบีบให้เตหะรานยอมลงจากเวทีด้วยการเร่งแยก และทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการดำเนินการของสหรัฐยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ถึงแม้ยังไม่มีข้อตกลงสันติภาพระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน แต่ยังมีน้ำมันดิบราว 6–8 ล้านบาร์เรลต่อวันถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามข้อมูลของผู้ค้าที่ติดตามการขนส่งสินค้า
อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวเมห์รของอิหร่าน รายงานว่า การเดินเรือในเส้นทางที่สาธารณรัฐอิสลามอนุมัติ “ยังมีอยู่ในวงจำกัด” โดยมีการระบุว่าเรือที่สัญจรต้องจ่ายค่าผ่านทาง
การซื้อขายสัญญาเบรนท์ในวันจันทร์อาจซบเซากว่าปกติ เนื่องจากบางพื้นที่ในสหราชอาณาจักร รวมถึงอังกฤษ กำลังอยู่ในวันหยุดราชการ
- อัปเดตราคาช่วงเช้าวันจันทร์ (31 ส.ค.69)
- เบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนพุ่งขึ้น 2.7% สู่ระดับ 90.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 6:05 น. ที่สิงคโปร์
- WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม ปรับขึ้น 2.5% มาอยู่ที่ 85.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





