สื่อนอกตีข่าว ไทยส่งอุยกูร์ให้จีนไม่สนสหรัฐ

วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงาน ทางการไทยเนรเทศชายชาวอุยกูร์หลายสิบคนกลับประเทศจีน ทั้งๆ ที่สาธารณชนต่อต้าน และสหรัฐเดินเกมการทูตหลังฉากมาหลายสัปดาห์
ตามที่ไทยส่งชายชาวจีน40 คนกลับไปประเทศจีนในวันนี้ โดยเพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยระบุว่า ส่งกลับไปยังซินเจียงนั้น
วอลล์สตรีทรายงานคำแถลงของนายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนว่า “การกระทำดังกล่าวของจีนและไทยเป็นไปเพื่อต่อสู้การลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมข้ามพรมแดน”
สำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า การเนรเทศดังกล่าวขัดทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องการปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกส่งตัวกลับไปยังที่ที่พวกเขาอาจตกอยู่ในความเสี่ยง
วอลล์สตรีทรายงานด้วยว่า ตอนที่นายมาร์โก รูบิโอ เข้าให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาเพื่อรับรองการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในเดือนที่ผ่านมา เขาได้ให้คำมั่นต่อต้านการเนรเทศชาวอุยกูร์กลับจีน พร้อมเสนอว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับไทยจะช่วยปกป้องพวกเขาได้
“ข่าวดีคือจริงๆ แล้วไทยเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งมากของสหรัฐ เป็นพันธมิตรเหนียวแน่นกันมานานแล้ว นี่จึงเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าการทูตสามารถบรรลุผลได้” นายรูบิโอกล่าว
ในขณะนั้นนายรูบิโอเรียกการข่มเหงชาวอุยกูร์ของจีนว่า “เป็นสิ่งสยดสยองที่สุดสิ่งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น”
ไทยนั้นเป็นพันธมิตรเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐประเทศหนึ่งในเอเชียด้วยสนธิสัญญาป้องกันร่วมปี 1954 กระนั้นไทยยังรักษาสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลปักกิ่ง อีกทั้งเศรษฐกิจยังพึ่งพาการลงทุนและการท่องเที่ยวจากจีนอย่างหนัก
เมื่อไม่กี่วันก่อน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เพิ่งไปพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในกรุงปักกิ่ง และไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทางการของสองประเทศร่วมปราบปรามแก๊งคอล์เซ็นเตอร์ในประเทศเมียนมา
ที่ผ่านมาจีนเคยกดดันรัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ส่งชาวอุยกูร์กลับ หลายประเทศ เช่น อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ต่างส่งอุยกูร์กลับจีน
เมื่อชาวอุยกูร์หนีไปหาความคุ้มครองในประเทศอื่น ทางการจีนใช้วิธีกดดันครอบครัวในซินเจียงชักชวนญาติในต่างแดนไม่ให้ปริปาก หรือให้เป็นสายลับสอดแนมนักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ในต่างแดน
ประเทศไทยเองก็โดนกดดันจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและรัฐบาลวอชิงตันไม่ให้ส่งชาวอุยกูร์กลับจีน สัปดาห์นี้คณะกรรมาธิการต่างประเทศวุฒิสภาสี่คน กล่าวว่าสหรัฐ“เสนอทางเลือกที่ปฏิบัติได้เพื่อแก้ไขปัญหานี้” และเรียกร้องให้ไทยอย่า “ผลีผลาม”เนรเทศ
นายชอง จาเอียน อาจารย์รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์กล่าวว่า การเนรเทศชาวอุยกูร์ เป็นสัญญาณล่าสุดว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้ให้ความสำคัญกับการมีสัมพันธ์อันอบอุ่นกับปักกิ่งเหนือวอชิงตัน
“หลายรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อว่าพวกเขาไม่สามารถทำให้ปักกิ่งไม่พอใจได้เพราะอาจถูกลงโทษ หรือไม่ก็ยังมองว่าจีนเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ รูบิโออาจพูดถึงสิ่งที่เขาต้องการ แต่หากไทยหรือประเทศอื่นๆ ไม่เห็นหรือไม่ได้สัมผัสต้นทุนหรือผลประโยชน์ที่จับต้องได้มากกว่าที่เห็นจากปักกิ่ง ก็แทบไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิบัติตาม”
นักเคลื่อนไหวหลายรายกล่าวว่า อำนาจของวอชิงตันอาจอ่อนแอลงเมื่อรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป ตัดความช่วยเหลือต่างประเทศและยุบหน่วยงานพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ (USAID)
“เป็นเรื่องยากสำหรับสหรัฐที่จะนำด้วยจุดยืนที่แข็งแกร่งในประเด็นนี้ ขณะที่รัฐบาลกำลังทำลายซอฟต์พาวเวอร์ของสหรัฐลงอย่างรวดเร็ว ผ่านการตัดความช่วยเหลือต่างประเทศ ที่อาจใช้เป็นจุดต่อรองเหนือไทยได้” จูลี มิลแซป ผู้จัดการฝ่ายรัฐบาลสัมพันธ์ กลุ่มสิทธิมนุษยชน No Business With Genocide ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในสหรัฐกล่าว







